ให้บุคคลอื่นยืนยันสิทธิในการดูไฟล์: ให้บุคคลอื่นที่ต้องใช้งานบนเครื่องของเรา เข้ามาดูไฟล์ที่เราเข้ารหัสเอาไว้ได้ ซึ่งก็ไม่ยากแค่ระบุ Username ของพวกเขาเอาไว้ ด้วยการคลิ้กขวาไฟล์ที่เข้ารหัสเอาไว้ (เดี๋ยวจะลืมบอก มันไม่สามารถทำทั้งโฟลเดอร์ หรือไฟล์หลายๆ ไฟล์ได้น่ะครับ) จากนั้นไปที่ Properties ดูที่แท๊ป General คลิ้กที่ Advanced และไปที่ “Encrypt contents to secure data” เลือกที่ Details แล้วดูที่ตรงกลางของ Dialog box ก็จะเห็นปุ่ม Add เพื่อเลือกผู้ใช้งานอื่นๆ ที่มีอนุญาตอยู่ในระบบ ผู้ใช้งานทั้งหลายสามารถได้รับใบผ่านทางได้หลายๆ รูปแบบ
แต่วิธีที่ง่ายที่สุดเลยนั่นก็คือ การเข้ารหัสเอกสารของตัวเองเอาไว้ (สำหรับใบรับรองอื่นๆ ให้ดูที่ Start-Help and Support พิมพ์ certificates overview จากนั้นกด OK) เลือกที่ Trusted User และคลิ้ก OK ข้อสังเกตสำหรับปุ่ม Find user ใน Dialog box นั้นจะไม่ทำงานอย่างเด็ดขาด ถ้าคุณไม่ได้มีการใช้ Active Directory ซึ่งผู้ดูแลรักษาระบบนั้น จะสามารถเก็บข้อมูลบนระบบเน็ตเวิร์กเอาไว้ได้ทั้งหมด
ปิดมันทิ้งได้ แต่อย่าลบไฟล์: เนื่องจากว่า การเข้ารหัสไฟล์จะไปเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของไฟล์ เราจึงต้องลบข้อมูลส่วนตัวออก เพื่อป้องกันการไปทับซ้อนกับข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่น เช่น ถ้าพนักงานของเรามีชื่อว่า แจ๋ว จะออกไปข้างนอก แต่จะกลับเข้ามาใช้งานต่อ คุณก็แค่ Diable ไฟล์เอาไว้ก็พอไม่ต้องลบข้อมูลส่วนตัวของ แจ๋ว ออกไป ซึ่งในวินโดวส์เอ็กซ์พี ให้คุณเลือกที่ Start-Run พิมพ์ lusrmgr.msc และกด Enter ส่วนในวิสต้าให้ไปที่ Start และพิมพ์คำสั่งนี่ลงในช่อง Search จากนั้นให้คลิ้กที่โฟลเดอร์ Users ในหน้าต่างทางซ้ายมือ และดับเบิ้ลคลิ้กที่ข้อมูลส่วนตัวของ แจ๋ว ทางหน้าต่างด้านขวา แล้วให้ดูที่แท๊ป General ติ๊กที่ Account is disabled จากนั้นคลิ้ก OK พอ แจ๋ว กลับมาก็ค่อยมาปรับเลือกที่บ๊อกซ์นี้ออกไป
ทางเลือกใหม่ของ EFS ที่ฟรี: คุณอาจจะอยากได้ระดับการป้องกันของ EFS ที่ดีกว่านี้ คุณก็ลองดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี TrueCrypt encryption ที่สามารถมองเห็น Windows Toolbox ได้ทางด้านขวามือ เพื่อเป็นทางเลือกในการเข้ารหัสไฟล์อีกทางเลือกหนึ่ง
ใช้ Vista BitLocker เป็นตัวเข้ารหัส: หากคุณสามารถเข้ารหัสฮาร์ดดิสก์ของคุณได้ทั้งลูก ก็จะดีเยี่ยมเลยครับ เพราะพวกมัลแวร์จะได้ไม่มาทำอันตรายกับไฟล์ระบบของวินโดวส์วิสต้า รวมทั้งการเข้ามาถอดรหัสไฟล์สำคัญด้วย ฟีเจอร์ BitLocker นี้จะมีให้ใช้เฉพาะวิสต้า Ultimate และ Enterprise เท่านั้น (อดใช้เลยครับ ผมใช้แค่ Business เพื่อนส่วนใหญ่ก็ใช้แต่ Home กัน) ถึงจะสามารถเข้ารหัสไดรฟ์ได้ทั้งพาร์ติชัน ที่มีโอเอสติดตั้งอยู่ และจะเก็บรหัสผ่านเอาไว้ในชิป Trusted Platform Module (TPM) หรือบนแฟลชไดรฟ์ แต่ว่าการใช้แฟลชไดรฟ์จะให้ผลที่ดีกว่า เพราะสามารถพกพาไปไหนมาไหนกับตัวได้ตลอด และอีกอย่างหนึ่งระบบของเราไม่ค่อยมีชิป TPM ติดตั้งมาบนเครื่องด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แฟลชไดรฟ์ดูน่าสนใจในการใช้งานมากกว่า แต่มันมักจะถูกตั้งค่ามาตรฐานให้ ปิดฟีเจอร์การทำงานนี้เอาไว้
เราจึงต้องเปิดฟีเจอร์นี้มาใช้ ด้วยการคลิ้กที่ Start พิมพ์ gqedit.msc ในช่อง Start Search จากนั้นกด Enter เพื่อไปยัง Vista Group Policy Object Editor จากนั้นให้ดูที่หน้าต่างทางด้านซ้ายมือ ก็จะเห็นคำว่า Computer Configuration-Administrative Templates-Windows Components-BitLocker Drive Encryption และก็ไปดับเบิ้ลคลิ้กที่ Control Panet Setup เพื่อ Enable advanced startup options จากนั้นให้เลือกที่ Enabled ติ๊กที่ Allow BitLocker without a compatible TPM เสร็จแล้วให้คลิ้ก OK เพื่อออกจากเมนู Editor
และเมื่อใดก็ตามที่คุณจะใช้งาน BitLocker Drive Encryption ใน Control Panel มันก็จะไม่มีการถามถึงชิป TPM Module อีกต่อไป แต่จะมีการเสนอถึงลิงก์ที่เกี่ยวกับการเปิดใช้งาน BitLocker แทน และ BitLocker จะต้องการแฟลชไดรฟ์เพื่อที่จะบูตเข้าเครื่องได้ และต้องมีพาร์ติชันเพิ่มเติมที่ยังไม่ได้ทำการเข้ารหัสเอาไว้ด้วย
ยังไงก็ลองใช้เทคนิคการเข้ารหัสไฟล์ดูครับ จะได้ปกป้องไฟล์สำคัญไฟล์ลับของคุณให้ปลอดภัย จากผู้ไม่หวังดีอย่างสบายใจ แล้วพบกันใหม่ในทิปหน้าครับ