BenQ ส่งเน็ตบุ๊กซีรีย์ใหม่ Joybook Lite U121 Eco ที่ได้รับการออกแบบมา ให้มีหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเน็ตบุ๊กทั่วๆ ไป ช่วยให้การพิมพ์งานง่ายกว่าเดิม ที่สำคัญประสิทธิภาพแบตเตอรี่ สามารถช่วยให้คุณสนุกกับการเล่นอินเทอร์เน็ต ได้ยาวนานเกือบตลอดทั้งวัน ภายใต้หน้าจอไวด์สกรีน 16:9 ขนาดใหญ่พิเศษถึง 11.6 นิ้ว อีกทั้งยังมีคุณสมบัติพิเศษที่โดดเด่น ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการผลิตโดยหลัก 3C
BenQ Joybook Lite U121 Eco เป็นเน็ตบุ๊กที่มีจุดเด่นต่างๆ เอาไว้รอบตัว เพื่อให้คุณสามารถพกพาไปใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่เป็นภาระในการแบกเครื่องไปมา ไม่ว่าจะเป็น ขนาดน้ำหนักตัวที่เบาเพียง 1.3 กิโลกรัมตามสเปค แต่กลับมีหน้าจอขนาดใหญ่ไวด์สกรีน 16:9 LED- backlit ขนาด 11.6 นิ้ว ที่มีความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล ทำให้มีพื้นที่ดูภาพเพิ่มขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ คุณจึงไม่ต้องจ้องเขม็งที่หน้าจออีกต่อไป ซึ่งผมดูจอแล้วเห็นง่ายกว่าเน็ตบุ๊กขนาดจอ 10.1 นิ้วเยอะเลยครับ อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว
แกะกล่อง
BenQ Joybook Lite U121 Eco เครื่องนี้ขึ้นมา พบกับเน็ตบุ๊กที่มีขนาดใหญ่กว่าเน็ตบุ๊กทั่วๆ ไป ภายใต้สีน้ำเงินสวยสดใส Ocean Blue หรือถ้าคุณไม่ชอบสีน้ำเงิน ก็สามารถเลือกซื้อเน็ตบุ๊กสีขาวนวลสวย Arctic White ได้เช่นกัน ตามแต่สไตล์ความชอบของคุณ โดยที่หน้าจอจะมีเทคโนโลยี UltraVivid อันเป็นเอกสิทธิ์ของ BenQ ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับ LED-backlight จะเพิ่มความสว่างสดใสและมันวาวให้กับพื้นผิวของไวด์สกรีน ที่ระดับ 200 nits ร่วมกับเวลาตอบสนองเพียง 8 มิลลิวินาที จึงทำให้เน็ตบุ๊กรุ่นนี้ สามารถแสดงภาพได้อย่างคมชัด หน้าจอสามารถพักได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว และยังติดตั้งกล้องเว็บแคมขนาด 1.3 ล้านพิกเซลเอาไว้ด้วย
มาดูกันที่อุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอกของ
BenQ Joybook Lite U121 Eco กันบ้าง ที่ทางด้านซ้ายมือจะมีพอร์ต USB 2.0 อยู่ 2 พอร์ต พอร์ต VGA (D-Sub) ช่องระบายความร้อน และช่องสำหรับเสียบสายชาร์จไฟ ถัดมาทางด้านขวามือของตัวเครื่อง ก็จะประกอบไปด้วยพอร์ต USB 2.0 อีก 1 พอร์ต มี Card Reader สำหรับอ่านการ์ดความจำต่างๆ แจ็คสำหรับเสียบไมโครโฟนและหูฟัง และสุดท้ายจะเป็นพอร์ต LAN ครับ ส่วนทางด้านหลังและด้านหน้าของตัวเครื่อง จะไม่มีพอร์ตเชื่อมต่อใดๆ ทั้งสิ้นครับ และบริเวณคีย์บอร์ดจะมีปุ่มเปิดเครื่องอยู่ทางด้านซ้ายบน และไฟบอกสถานะการทำงานต่างๆ จะอยู่บริเวณ TouchPad โดยที่ไม่มีปุ่มเมนูลัดใดๆ บนคีย์บอร์ด
BenQ Joybook Lite U121 Eco รุ่นนี้ยังมีระบบ Q-Charge ซึ่งเป็นระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่อย่างเร่งด่วน ที่ BenQ คิดค้นขึ้น เพื่อให้สามารถชาร์จไฟได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง และหากชาร์ตแบตเตอรี่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์แล้วล่ะก็ จะสามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งผมได้ทดสอบแบตเตอรี่ของ
BenQ Joybook Lite U121 Eco ด้วยการใช้งานจริงในโหมด Balanced ที่ผมใช้งานด้านการพิมพ์งานเอกสาร เล่นเน็ต ฟังเพลง และมีการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi เอาไว้ตลอดเวลา
ก็สามารถทำงานได้นาน 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว สำหรับแบตเตอรี่ขนาด 6 เซลล์ ซึ่งหากเปิดในโหมด Power Save ก็น่าจะใช้งานได้ที่ 8 ชั่วโมง เพียงพอต่อการนำออกไปใช้งานประจำวัน ไม่ต้องพกสายชาร์ตแบตเตอรี่ติดตัวไปด้วย ส่วนการชาร์ตแบตเตอรี่พร้อมเครื่องทำงานไปด้วย จะใช้เวลานานราวๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง และหากปิดเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ก็จะใช้เวลาน้อยลงเหลือราวๆ 2 ชั่วโมง
ผมได้ลองนำ
BenQ Joybook Lite U121 Eco เน็ตบุ๊กเครื่องนี้ ที่ใส่แบตเตอรี่แล้ว ไปชั่งน้ำหนักดูก็มีน้ำหนักอยู่ที่
1.431 กิโลกรัม และหากรวมสายแบตเตอรี่เข้าไปด้วยก็จะอยู่ที่
1.804 กิโลกรัม ซึ่งก็แสดงว่า น้ำหนัก 1.3 กิโลกรัมที่บอกเอาไว้ตามสเปคนั้น เป็นน้ำหนักที่ไม่รวมแบตเตอรี่นั่นเอง ส่วนการทดสอบความร้อนที่ส่งผ่านออกมาของ
BenQ Joybook Lite U121 Eco ก็โชคดีครับที่บริเวณข้อมือทั้ง 2 ข้างมีอุณหภูมิไม่ถึง 30 องศาเซลเซียส จึงไม่ค่อยมีผลกระทบกับการทำงาน ส่วนอุณหภูมิบริเวณอื่นๆ จะอยู่ที่ราวๆ
27.7-33.8 องศาเซลเซียส รับรองว่าใช้งานได้สบายๆ ตลอดทั้งวัน รวมไปถึงแป้นพิมพ์มีขนาดใหญ่ ใช้งานได้สะดวกสบาย คุณจึงสามารถใช้แป้นพิมพ์ได้สะดวกเป็นอิสระ ไม่ต้องห่วงว่าจะกดคีย์ผิดอีกต่อไป แม้ว่าในช่วงแรกๆ จะยังไม่ชินก็ตาม แต่ใช้ไปสักพักก็เริ่มเข้าที่ พิมพ์งานเอกสารแบบสัมผัสผ่านฉลุยไปแบบเนียนๆ
BenQ Joybook Lite U121 Eco-S.M06 เป็นรุ่นที่ผมได้รับมาทดสอบ ที่จะใช้ชิปประมวลผล Intel Atom Z530 ที่มีความเร็วอยู่ที่ 1.6 กิกะเฮิร์ต, L2 Cache 512KB, 512MHz FSB ใช้ชิปเซต Mobile Intel Polsbo US15W Express Chipset ใส่แรม DDR2 มาให้ 1 กิกะไบต์แต่ถอดเพิ่มได้เป็น 2 กิกะไบต์ ฮาร์ดดิสก์ 250 กิกะไบต์ ใช้กราฟิกการ์ดออนบอร์ด Intel GMA500 อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อต่างๆ เอาไว้อย่างเต็มที่ โดยที่รุ่นที่ส่งมาให้ผมจะติดตั้ง Linux Lite มาให้ แต่ผมเปลี่ยนไปใช้ Windows XP และ Windows 7 ในการทดสอบแทนครับ