โครงการดาวเทียมเล็กไทย-จีน-ปากีฯ มูลค่า 1.8 พันล้านบาท ได้ฤกษ์ยิงสู่วงโคจร วันนี้ (5 ก.ย.) หนุนการวางแผนใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการจัดการพื้นที่เกษตรภูมิภาคเอเชีย
นายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ ผู้อำนวยการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า โครงการร่วมสร้างดาวเทียมอเนกประสงค์ขนาดเล็ก (เอสเอ็มเอ็มเอส) จากความร่วมมือระดับพหุภาคีด้านเทคโนโลยีอวกาศ และการประยุกต์ใช้ประโยชน์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เตรียมยิงขึ้นสู่วงโคจรต่ำ วันนี้ (5 ก.ย.)
ดาวเทียมเอสเอ็มเอ็มเอส ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 1.8 พันล้านบาท เป็นส่วนของประเทศไทย 125 ล้านบาท ในการพัฒนาอุปกรณ์สื่อสารย่านความถี่ เคเอ-แบนด์ อัพลิงค์ 30 กิกะเฮิรตซ์ ดาวน์ลิงค์ 20 กิกะเฮิรตซ์ มีสถานีภาคพื้นดินประจำที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สามารถถ่ายภาพถ่ายผ่านดาวเทียมได้ทั้งประเทศ เพื่อใช้ในการวางแผนภาพรวมในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการจัดการพื้นที่ทางการเกษตร ฯลฯ
ส่วนสถานีติดตามและควบคุมวงโคจรดาวเทียม จะอยู่ที่ประเทศจีน ซึ่งไทยได้ลงนามความร่วมมือกับประเทศจีน เพื่อร่วมใช้ประโยชน์จากกิจการด้านอวกาศ จากดาวเทียมเอสเอ็มเอ็มเอส เป็นเวลา 3 ปี หลังจากดาวเทียมได้จัดส่งขึ้นสู่วงโคจร และมีความร่วมมือที่จะใช้ประโยชน์จากกิจการด้านอวกาศอื่นๆ ต่อไป
หลังจากนี้ กระทรวงไอซีที จะจัดสัมมนาเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับจากประเทศจีน เพื่อให้มีการนำดาวเทียมไปใช้ประโยชน์มากที่สุด นายไชยยันต์ กล่าว
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ปี 32 มีภาคีสมาชิก 3 ประเทศ คือ ไทย, จีน และปากีสถาน มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง และมีการลงนามเอ็มโอยูในปี 40 จะสร้างดาวเทียม 2 ดวงคือ ดาวเทียมเอสเอ็มเอ็มเอส และ ดาวเทียม ดีเอ็มเอส สำหรับเตือนภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ปัจจุบันได้สร้างดาวเทียมดวงแรกเสร็จ และเตรียมประชุมความร่วมมือเพื่อสร้างดวงต่อไป
นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปประเทศจีน และได้ลงนามเอ็มโอยู เพื่อใช้ประโยชน์จากดาวเทียมของจีน นำเสนอข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมที่ผ่านประเทศไทย เช่น ไชน่าแซท และจะขยายผลไปยังดาวเทียมอื่นๆ ในอนาคต
ด้านที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) วานนี้ (4 ก.ย.) มีมติอนุญาตให้ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ADPC) ใช้ความถี่วิทยุภาครับ 3813.520 - 3814.025 MHz(C-band) ความถี่ไม่เกิน 505 kHz และตั้งสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน จำนวน 1 สถานี ณ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) โดยรับสัญญาณผ่านดาวเทียมไทยคม 2 สำหรับรับข้อมูลข่าวสารการเกิดเหตุภัยพิบัติ
โดยจะต้องชำระค่าตอบแทนในการใช้ความถี่วิทยุภาครับเป็นเงิน 631.25 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% หลังดำเนินการทำสัญญาเช่าใช้วงจรดาวเทียมกับบมจ. ไทยคม