ในเรื่องความร้อนของ
Acer Aspire 5530G จากที่ลองใช้ความรู้สึกวัดดู ผมรู้สึกว่ามันร้อนกว่าโน้ตบุ๊กที่ผมใช้อยู่ครับ โดยเฉพาะตรงส่วนที่เป็นช่องระบายความร้อน ที่ใช้พัดลมเป่าออกมา ค่อนข้างจะร้อนทีเดียว แต่ตรงที่วางพักข้อมือนั้นไม่เท่าไหร่ครับ หากคุณใช้ทำงานในห้องแอร์ แต่ถ้าไม่มีแอร์ช่วยบางครั้งมันก็รู้สึกร้อนเหมือนกัน ผมเลยลองใช้เครื่องมือวัดอุณหภูมิในขณะกำลังใช้งานอยู่นั้น ซึ่งอุณหภูมิตรงที่วางข้อมือด้านซ้ายและขวาจะอยู่ราวๆ
31.5 และ 27.8 องศาเซลเซียสครับ ที่วางข้อมือด้านซ้ายจะร้อนกว่าพอสมควร ส่วนอุณหภูมิตรงช่องระบายความร้อนนั้น
จะสูงถึง 40.6 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว ร้อนใช้ได้
การเชื่อมต่อกับระบบเน็ตเวิร์ตต่างๆ จะใช้ระบบเน็ตเวิร์กไร้สายแบบ 802.11 b/g เท่านั้นครับ ยังไม่ได้ใช้เป็น Wireless-N และใช้พอร์ต LAN แบบ Gigabit Ethernet พร้อม Modem ในตัว นอกจากนั้นพอร์ตต่างๆ ก็ติดตั้งมาให้เพียบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 4 พอร์ต, Card Reader 5 in 1, กล้อง
Acer Crystal Eye Webcam และที่สำคัญคือพอร์ต HDMI ที่เอาไว้ต่อกับจอแอลซีดีทีวี เพื่อการรับชมภาพยนตร์ระดับความละเอียดสูงนั่นเอง หากคุณไม่ต้องการดูหนังบนโน้ตบุ๊กเครื่องนี้ โดยที่โน้ตบุ๊กรุ่นนี้จะมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Windows Vista Home Premium ครับ
ส่วนแบตเตอรี่ที่ผมลองใช้งานจริง จะมีขนาด 6 Cell เปิดใช้งานในโหมด Balanced ใช้งานได้นานประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที แต่หากต้องการใช้งานได้ยาวนานขึ้นถึงประมาณ 3.5 ชั่วโมง ก็คงต้องหันไปหาแบตเตอรี่ 8 Cell แล้วแหละครับ แต่ราคาแบตเตอรี่ก็แพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน และโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการประจุไฟ
Acer QuickCharge ที่สามารถชาร์ตไฟได้ถึง 80% ในเวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่หากปิดเครื่องอยู่จะใช้เวลาในการชาร์ตไฟประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ถ้าคุณใช้งานไปด้วย ต้องใช้เวลาในการชาร์ตไฟถึง 3 ชั่วโมงเลยครับ
Acer Aspire 5530G รุ่น 802G25Mi จำหน่ายในราคา 34,900 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) รับประกันการใช้งาน 1 ปีทั่วโลก (International) คุณสามารถดูรายละเอียดทั้งหมดได้
ที่นี่ เลยครับ
สรุปแล้ว Acer Aspire 5530G รุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่รักซีพียูสายพันธุ์ AMD โดยเฉพาะ ซึ่งใครที่ชอบใช้ชิป Intel อาจจะไม่มองโน้ตบุ๊กรุ่นนี้เลยก็ได้ หันหา Acer รุ่นอื่นแทน แต่ต้องอย่าลืมว่า หากเทียบราคาแบบตัวต่อตัวแล้ว โน้ตบุ๊กที่ใช้ชิป AMD ก็มีราคาถูกพอสมควรเลยครับ และอุปกรณ์ที่ใส่มาก็มีสเปคที่สูงกว่าเล็กน้อยด้วย ซึ่งหากคุณใช้งานปกติทั่วๆ ไป เครื่องรุ่นนี้ก็ให้ประสิทธิภาพรองรับการทำงานได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการดูหนังฟังเพลง ทำงานเอกสาร ก็แทบจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง แต่จะมีก็เรื่องของความร้อน ที่ยังคงร้อนกว่าชิปจากค่ายคู่แข่งพอสมควร หากใช้งานกันไปสักพักนึง และตัวบอร์ดี้เองก็มีความแข็งแรงทนทานใช้ได้ โดยเฉพาะตรงฝาพับที่ให้ความรู้สึกที่แน่นดี แต่จะไม่เหมาะสำหรับการพกพาไปไหนมาไหนบ่อยๆ เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดและน้ำหนัก ที่ค่อนข้างเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แบกติดต่อกันหลายๆ วันจะปวดไหล่เอาได้
ขอบคุณบริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด ที่จัดส่งสินค้ามาให้ทดสอบครับ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.acer.com หรือติดต่อสอบถามได้ที่ Acer Call Center โทร. 02-685-4311 ครับ