HP Officejet Pro K8600 พรินเตอร์ตัวใหญ่ขนาด A3 ที่เน้นการทำงานด้านเอกสารขาวดำและสีในออฟฟิศโดยเฉพาะ มีตลับหมึกขนาดใหญ่ไซส์ XL จึงมีต้นทุนและให้คุณภาพเทียบเท่าเครื่องพิมพ์ชนิดเลเซอร์พรินเตอร์ จึงเกิดมาเพื่อรองรับการใช้งานสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมโดยเฉพาะ
HP Officejet Pro K8600 รุ่นนี้จะเจาะกลุ่มตลาด Micro Business และ SMB ขนาดเล็กโดยเฉพาะ ที่เน้นในเรื่องของต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นเป็นหลัก ซึ่งมีราคาต้นทุนต่อแผ่นใกล้เคียงกับเครื่องเลเซอร์ แต่ยังให้คุณภาพงานพิมพ์ในระดับเดียวกันกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ซึ่งทางเอชพีเคลมเอาไว้ว่าประหยัดต้นทุนได้สูงสุดถึง 50% เลยทีเดียวครับ หากเทียบกับเลเซอร์พรินเตอร์ระดับล่างๆ ซึ่งตลับหมึกพิมพ์
HP 88 XL Vivera Ink สีดำ 1 ตลับจะสามารถพิมพ์งานได้สูงสุดถึง 2,450 แผ่น ส่วนตลับหมึกพิมพ์
HP 88 XL Vivera Ink อีก 3 สีที่เหลือจะพิมพ์ได้ 1,700 แผ่นครับ โดยตลับหมึกจำหน่ายอยู่ที่ราคา 1,199 บาทสำหรับสีดำ และ 856 บาทต่อตลับสำหรับหมึกสี (ราคาตลาด) แต่ตลับหมึกขนาดมาตรฐานนั้นจะเป็น
HP Vivera 18 Ink Cartridge แต่ใช้ตลับหมึกใหญ่จะให้ความคุ้มค่ามากกว่าเยอะเลยครับ
ส่วนที่เป็นจุดเด่นหลักของ
HP Officejet Pro K8600 รุ่นนี้นั่นก็คือ ตัวตลับหมึกและหัวพิมพ์จะแยกออกจากกันครับ ทำให้หัวพิมพ์มีน้ำหนักเบาขึ้น ช่วยให้พิมพ์งานได้เร็วยิ่งขึ้น และน้ำหมึกที่เราไม่ได้ใช้งานนั้น จะไหลย้อนกลับไปยังตลับหมึก ทำให้น้ำหมึกไม่ค้างอยู่ที่หัวพิมพ์ คุณจึงสามารถใช้งานเครื่องพิมพ์รุ่นนี้ได้อย่างยาวนาน หัวพิมพ์ไม่อุดตันง่าย โดยหัวพิมพ์จะมีขนาด 1,056 nozzles ทั้งหัวพิมพ์สีดำ และสีอื่นๆ อีก 3 สี พิมพ์ได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4,800 x 1,200 จุดต่อนิ้วสำหรับการพิมพ์สี ส่วนงานพิมพ์ขาวดำจะทำได้อยู่ที่ 1,200 x 1,200 จุดต่อนิ้ว โดยหมึกดำนั้นจะเป็นหมึกชนิด Pigment-based ครับ แต่หมึกสีทั้ง 3 สีจะเป็นแบบ dye-based โดยเครื่องพิมพ์เครื่องนี้จะมีหน่วยความจำในตัวเครื่องอยู่ที่ 32 เมกะไบต์
HP Officejet Pro K8600 รุ่นนี้จะใช้เทคโนโลยี
HP Photo REt 3 ที่ช่วยให้การพิมพ์ภาพสวยสดใส โดยมีความเร็วในการพิมพ์งานเอกสารขาวดำและสีสูงสุดอยู่ที่ 35 แผ่นต่อนาทีสำหรับกระดาษ A4 ซึ่งจากการทดสอบพิมพ์งานขาวดำในโหมดปกติ ที่เครื่องพิมพ์ตั้งค่า Default คุณภาพงานพิมพ์แบบFast Normal มาให้นั้น ทำเวลาได้อยู่ที่ 1 นาที 34 วินาที สำหรับงานพิมพ์ขาวดำ และ 1 นาที 50 วินาที สำหรับงานพิมพ์สี ซึ่งจัดว่าให้ความเร็วในการพิมพ์ที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวครับ โดยคุณภาพงานที่ได้รับนั้นก็จัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว แม้ว่าผมจะไม่ได้พิมพ์งานในกระดาษอิงค์เจ็ต และปรับตั้งค่าให้พิมพ์ในระดับคุณภาพสูงสุดก็ตาม แต่หากคุณเลือกพิมพ์ในระดับคุณภาพเทียบเท่าเลเซอร์พรินเตอร์นั้น ความเร็วในการพิมพ์ก็จะลดลงเหลือเพียงแค่ 13 แผ่นต่อนาทีสำหรับงานเอกสารขาวดำ และ 10 แผ่นต่อนาทีสำหรับงานเอกสารสีครับ
ทีนี้เราข้ามไปดูที่คุณภาพการพิมพ์รูปภาพกันบ้าง ที่ได้จาก
HP Officejet Pro K8600 รุ่นนี้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้สำหรับการพิมพ์ภาพลงบนกระดาษ
HP Premium Plus นั้นให้รายละเอียดความคมชัดได้ดีที่สุด แต่สีสันของภาพก็ค่อนข้างจะมืด ไม่สดใสเท่าที่ควร และหากเทียบกันจริงๆ คุณภาพในการพิมพ์สู้เครื่องพิมพ์ชนิด Photosmart ไม่ได้ครับ แตกต่างกันอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นหากเลือกใช้กระดาษ
HP Advanced Photo Paper ด้วยละก็รายละเอียดตรงต้นไม้จะหายไปหมด สีตรงท้องฟ้ากับส่วนอื่นๆ จะอ่อนลงไปอีก รวมไปถึงการทดสอบบนกระดาษ
IJ และ
ez-ART ด้วยครับ ก็ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกัน ซึ่งกระดาษ IJ นั้นจะสีท้องฟ้าจะให้สีแดงตรงพื้นขาวออกมามากกว่าปกติ และกระดาษทั้งสองยี่ห้อนั้น พิมพ์งานออกมาแล้วมี grain เยอะพอสมควรครับ
เพราะฉะนั้นแล้ว หากนำ
HP Officejet Pro K8600 เครื่องนี้มาพิมพ์รูปภาพ จะไม่เหมาะครับ เหมาะสำหรับการพิมพ์งานเอกสารและเอกสารสีมากกว่า ไม่ได้ออกแบบมาให้พิมพ์รูปภาพที่ต้องการคุณภาพสูง ซึ่งหากคุณต้องการเครื่องพิมพ์รูปภาพระดับ A3 นั้น ต้องหันไปหา
HP Photosmart Pro แทนครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน นอกจากนั้น
HP Officejet Pro K8600 จะไม่สามารถพิมพ์แบบ Duplex หน้าหลังได้นะครับ คุณต้องไปซื้ออุปกรณ์เสริมแยกตั้งหากมาติดตั้ง หากต้องการใช้ฟีเจอร์ Duplex นี้ โดยถาดกระดาษสามารถบรรจุได้สูงสุดถึง 250 แผ่น รองรับงานพิมพ์ได้สูงสุดประมาณ 6,250 แผ่นต่อเดือน เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ผ่านทางสาย USB 2.0
HP Officejet Pro K8600 จำหน่ายอยู่ที่ราคา 12,888 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว มีระยะเวลารับประกันนาน 1 ปีคุณสามารถอ่านรายละเอียดของ
HP Officejet Pro K8600 ได้
ที่นี่ ครับ
สรุปแล้ว HP Officejet Pro K8600 เหมาะเป็นอย่างยิ่งครับที่จะใช้พิมพ์งานเอกสารทั้งสีและขาวดำ ในปริมาณกลางๆ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เน้นการพิมพ์งานเอกสารที่มีขนาดใหญ่ในระดับ A3 อย่างพวกแบบแปลน แผนผังต่างๆ เป็นต้น มีต้นทุนในการพิมพ์ต่อแผ่นไม่สูงนัก เทียบเท่ากับระดับเลเซอร์พรินเตอร์ รวมทั้งคุณภาพงานพิมพ์ด้วย สามารถใช้พิมพ์รูปภาพเป็นครั้งคราวได้ แม้ว่าคุณภาพที่ได้รับนั้นจะไม่เวิร์กมากก็ตาม แต่ก็พอถูไถไปได้ครับ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ได้รับจากเครื่องพิมพ์รุ่นนี้ นั่นก็คือ ความเร็วในการพิมพ์งานครับ หากคุณต้องพิมพ์งานในปริมาณมาก คุณก็ไม่ต้องรอนานงานพิมพ์นานเหมือนเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตทั่วๆ ไป ช่วยให้ธุรกิจของคุณตอบสนองลูกค้าได้อย่างทันท่วงที
ขอบคุณบริษัท Hewlett-Packard (ประเทศไทย) จำกัด ที่จัดส่งสินค้ามาให้ทดสอบครับ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.hp.com/th หรือติดต่อสอบถามได้ที่ HP Contact Center โทร. 02-353-9000 # 1 ครับ