ยักษ์สื่อสารย้ำชัดออกใบอนุญาติเทคโนโลยีใหม่อืด สกัดทุนนอกไหลเข้า ทั้งเผยรายงานศึกษาเพิ่มบรอดแบนด์ 50% ดันจีดีพีประเทศโตอีก 3% ทั้งช่วยสร้างธุรกิจต่อเนื่องเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ
วานนี้ ในการสัมมนา เรื่อง "ผลกระทบที่เกิดจากความล่าช้าในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารไร้สาย" จัดโดยคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร และโทรคมนาคม ของวุฒิสภา
นายอมฤต ศุขวณิช ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเน็กซ์ ดีแทค บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า นักลงทุนที่สนใจลงทุนด้านโทรคมนาคมในประเทศไทย เมื่อไม่เห็นทิศทางกฎเกณฑ์อย่างชัดเจน ทำให้หันไปลงทุนที่ประเทศเพื่อนบ้านเช่นเวียดนามแทน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งพิจารณาอนุมัติ เพราะแม้จะออกใบอนุญาต 3 จีก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน จากนั้นผู้พัฒนาระบบ ต้องโลคัลไลซ์ ให้เหมาะกับตลาดไทย ต้องใช้เวลาอีก 1 - 3 ปีจึงจะพร้อมให้บริการได้ดี
โดยดีแทคเองมองลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย 3 จี ทั่วประเทศ และประเทศไทยควรมีเทคโนโลยีนี้ได้แล้ว เพราะสำคัญทั้งต่อการให้บริการมือถือและบริการบรอดแบนด์ได้
ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายใช้บริการบรอดแบนด์ 3 จี เช่นกลุ่มเอสเอ็มอีไทยและเต่างชาติ บริษัทข้ามชาติใหม่ๆ ซึ่งหากโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมต่างจังหวัดของไทยพร้อม ก็จะยิ่งทำให้บริษัทเหล่านั้นเข้ามาตั้งสำนักงานหรือทำธุรกิจมากขึ้น
นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย เช่นเดียวกับที่สนใจถือหุ้นในบริษัทสื่อสารของไทย เพราะหากมีใบอนุญาตใหม่ หรือทิศทางนโยบายด้านอุตสาหกรรมโทรคมนาคมชัดเจน ย่อมสร้างความสนใจให้แก่นักลงทุน
ทั้งนี้เขาระบุถึงผลการศึกษาของ ดร.เลียวนาร์ด เวฟแมน ศาสตราจารย์ วิชาเศรษฐศาสตร์ ลอนดอน บิสสิเนส สกูลระบุว่าประเทศกำลังพัฒนาหากมีการใช้บรอดแบนด์ขึ้น 50% จะทำให้จีดีพีเติบโตถึง 3 %
หากมีใบอนุญาตเทคโนโลยี 3 จี จะทำให้เกิดธุรกิจชัดเจนเป็น 3 ด้านได้แก่ ผู้ให้บริการมือถือ เซอร์วิส โพรไวเดอร์ และคอนเท้นต์ โพรไวเดอร์ แต่ต้องใช้เวลากว่าจะให้บริการทั่วถึงไปยังประชาชน เนื่องจากต้องให้เวลาทำตลาดให้ผผู้ใช้งานเข้าใจ
อย่างไรก็ตาม ใบอนุญาต กทช. ควรจัดทำลักษณะ บิวตี้ คอนเทสต์ เพราะค่าธรรมเนียมที่เอกชนจ่ายจะไม่สูง และไม่กระทบผู้บริโภค
นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการสายงานบริการมัลติมีเดีย บมจ.ทรู คอปอร์เรชั่น กล่าวว่า หากให้บริการเทคโนโลยีใหม่ทั้ง 3จี และไวแม็กซ์ได้ จะยิ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับทรูมากยิ่งขึ้นโดยคาดว่าฐานลูกค้าบรอดแบนด์ของทรูจะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจากปัจจุบันทรูมีลูกค้าบรอดแบนด์แล้วราว 7 แสนราย และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1 ล้านรายภายในสิ้นปี
นอกจากนี้ยังจะช่วยเพิ่มโอกาสที่ทรูจะชิงส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มผู้ใช้ระดับพรีเมียม หรือ แอดวานซ์ ยูสเซอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้มือถือมากกว่าการใช้งานด้านเสียงโดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานกลุ่มนี้ราว 25% จากฐานผู้ใช้งานจีพีอาร์เอสทั้งหมด
นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ได้เสนอร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ เข้าไปในสภาแล้วตามกฎหมายกำหนดให้รัฐต้องยื่นเข้าสภาภายใน 180 วันหลังรัฐบาลแถลงนโยบาย หากวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาได้เสนอร่างเข้าไป แต่ได้รับการคัดค้านอย่างมากจาก ฝ่ายบรอดคาสต์ ที่ไม่ค่อยรับรู้ ตลอดจน คัดค้านที่มาของการได้คณะกรรมการกสช. ชุดใหม่ เพราะมองว่ารัฐบาลเข้าไปก้าวก่าย จนถึงกับกล่าวว่าเป็นกฎหมายปล้นคลื่นความถี่ ทั้งนี้กฎหมายนี้อยู่ในคณะกรรมการกฤษฎีกาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว ดังนั้นจึงต้องนำพ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสภาในสมัยหน้า