"เฮาส์แบรนด์" พาเหรดตีกินมาร์เก็ตแชร์แบรนด์ดังอุตลุด ลุ้นส่วนแบ่งตลาดรวมทะลุ 20% "ไอ-โมบาย" ตีคู่ "ซัมซุง" เบียดเก้าอี้อันดับ 2 บี้กันแบบเดือนชนเดือน ขณะที่ "เวลคอม-โฟนวัน-จีเน็ต" ยกทัพสินค้าใหม่บุกไม่ยั้ง ยึดกลยุทธ์เดิม "ฟังก์ชัน+ ราคา" โดนใจ ขณะที่ "ผู้ค้า" เทใจช่วยผลักดันยอดขายคึกคัก เหตุ "กำไร" ดีกว่า แบรนด์ ดังเหมาะเจาะยุคกำลังซื้อขาลง
นายกุลดิษฐ์ สมุทรโคจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวร์เลส ดีไวซ์ ซัพพลาย จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องลูกข่ายในช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นมามีการเติบโตเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก จากที่มียอดขายรวมเดือนละ 6.2-6.5 แสนเครื่อง เมื่อเข้าสู่เดือน เม.ย.ยอดเพิ่มขึ้นเป็น 7.2 แสนเครื่อง และเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาตัวเลขในตลาดรวมไปถึง 8.3 แสนเครื่อง ทั้งๆ ที่โดยปกติถือเป็นช่วงโลว์ซีซั่นที่ยอดขายมักตกลง เพราะถัดจากวันหยุดยาวก็เข้าเปิดเทอม แต่สำหรับปีนี้ยอดขายไตรมาส 2 เติบโตกว่าไตรมาสแรก
ทั้งนี้ตนประเมินว่าตลาดรวมกระเตื้องขึ้นอาจมีสาเหตุมาจากการรุกตลาดของ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ อาทิ ซัมซุงที่ออก แคมเปญซื้อ 1 แถม 1 เป็นระยะๆ ทำให้ยอดขายเครื่องโดยรวมมีการขยายเติบโตอย่างชัดเจน ซึ่งไม่ได้มีแต่ซัมซุงที่นำเครื่องบางรุ่นมาลดราคาพิเศษเพื่อเร่งยอดขาย
"ปีนี้เทียบกับปีก่อนเครื่องที่ราคาเท่ากันในระดับล่างด้วยกัน เครื่องปีนี้จะมีฟีเจอร์ครบมากกว่าปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด เช่น จอสี มีวิทยุ MP3 และกล้อง เป็นต้น ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดลดลงทำให้ยอดขายถึงกว่า 60% มาจากตลาดล่าง ดังนั้นแม้ในแง่จำนวนอาจเพิ่มขึ้นแต่มูลค่าจะลดต่ำลง เชื่อว่าปีนี้ราคาเฉลี่ยต่อเครื่องจะลดลงกว่า 10% ซึ่งมีผลต่อมูลค่าตลาด คือปี 2550 มูลค่าอยู่ที่ประมาณ 40,000 ล้านบาท แต่ปีนี้อาจเหลือแค่ 35,000 ล้านบาท"
จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือจำเป็นต้องบริหารธุรกิจอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งการควบคุมต้นทุนการขาย การสร้างจำนวนยอดขายให้มากขึ้น เพื่อชดเชยมูลค่าเฉลี่ยต่อเนื่องที่ลดลง แม้ยอดขายรวมในไตรมาส 2 จะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไร เพราะมีปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันที่ทำให้ผู้บริโภคจำกัดการใช้จ่าย แต่ในอีกมุมอาจซื้อโทรศัพท์มือถือมากขึ้นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat.php