4. Environmental Leadership
สุดท้ายเอชพียังไม่ทิ้งเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อน
ที่กำลังเป็นเทรนของบริษัทชั้นนำของโลกที่พยายามช่วยเหลือกันอยู่
โดยทางเอชพีให้คำสัญญายึดมั่นใน 3 จุดหลักคือ
- Energy Efficiency: การใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
อย่างเช่น ความพยายามในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์
ที่ปล่อยออกมาจากโรงงานของเอชพีลง 16 เปอร์เซ็นต์
หรือคิดเป็นปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์ขนาด 6 ตันในปี 2010
- Resource Conservation: การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ด้วยการพิมพ์และก๊อปปี้ภายในออฟฟิศของเอชพี
จะต้องพิมพ์งานทั้งสองหน้าในประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของงานพิมพ์ทั้งหมดในปี
2009 และยังทำงานร่วมกับระบบขนส่ง EPA SmartWay ด้วย
- END of Life Programs: ต้องรีไซเคิ้ลตลับหมึกมากกว่า 250
ล้านตลับในปี 2008 และครับ 2 พันล้านตลับในปี 2010
รวมทั้งต้องสร้างนวัตกรรมในกระบวนการผลิตพลาสติกใหม่ในปี 2009
ส่วนการร่วมมือกับผู้ใช้ในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมนั้น เอชพีก็จะมีคีย์หลักอยู่ 3 จุดเช่นกัน คือ
- Conserving Energy & Resources: องค์กรขนาดใหญ่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนจากการพิมพ์ได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์
เครื่องพิมพ์ของเอชพีจะมีโหมดเปิดและปิดโดยอัตโนมัติ เป็นต้น
- Digitally Green Alternatives: ด้วยการสร้างห้องสตูดิโอภายในออฟฟิศเพิ่มขึ้นอีก 4 เท่า
เพื่อให้สามารถใช้งาน Halo เทคโนโลยีการประชุมเสมือนจริง ช่วยลดการเดินทาง
- Reuse & Recycling: เอชพีได้รีไซเคิ้ลตลับหมึกพิมพ์ทั้งอิงค์เจ็ตและโทนเนอร์ไปมากกว่า 250 ล้านตลับในปี 2008 ตั้งแต่มีโครงการ HP Planet Partners ใน 42 ประเทศทั่วโลก นอกจากนั้นเอชพียังใช้พลาสติก ที่ได้จากการรีไซเคิ้ลมาผลิตตลับหมึกใหม่อีกด้วย โดยจะมีกล่องรับคืนตลับหมึกตามจุดต่างๆ ที่เอชพีได้ตั้งไว้
ซึ่งเอชพีนั้นตระหนักถึงความสำคัญ ในการช่วยลดการทำลายสิ่งแวดล้อมลงได้เป็นอย่างดี เพราะทางเอชพีไม่เคยนำตลับหมึกที่ใช้แล้วกลับไปเติม นำไปขายต่อ หรือส่งไปยังสถานที่ทิ้งขยะ แต่ได้พัฒนาระบบรีไซเคิ้ลพลาสติกวงจรปิดที่ไม่เคยมีมาก่อนแทน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลิตตลับหมึกอิงค์เจ็ตใหม่ ด้วยสัดส่วนในการใช้วัสดุรรีไซเคิ้ลถึง 70 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างน้อย เพื่อเป็นการคืนสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับสังคม เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การทำธุรกิจด้านซัพพลายของเอชพีนั่นเองครับ