เอชพีเชิญผมไปร่วมงาน HP PrintWatch Live! 2008 และเยี่ยมชมโรงงานผลิตหมึกพิมพ์อิงค์เจ็ตที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 27-28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นงานแถลงข่าวเกี่ยวกับ 3 พระเอกหลักของ HP ได้แก่ Color, Green และ Value & Chocie นั่นเองครับ ซึ่งเราไปติดตามกันได้เลยว่า จะมีเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ กันบ้าง
เรามาเปิดงานกันด้วยการแถลงข่าวภาพรวมของงาน
HP PrintWatch Live! 2008 ที่จะมีขึ้นในครั้งนี้ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก
มร. Leong Han Kong รองประธานฝ่ายซัพพลาย กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ เอชพี เอเซียแปซิฟิคและญี่ปุ่น เป็นผู้บรรยายถึงภาพรวมและทิศทางในการทำตลาดของเอชพี ซึ่งตอนนี้เอชพีเป็นผู้ครองตลาดอันดับหนึ่งถึง 81% สำหรับหมึกพิมพ์ และ 75% สำหรับโทนเนอร์ รวมทั้งยังเป็นผู้นำในด้านของสื่อวัสดุในการพิมพ์ภาพอีกด้วย อีกทั้งปริมาณการพิมพ์เอกสารทั้งอะนาล๊อกและดิจิตอล ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ลดลงไปจากเดิมเลย ซึ่งทางเอชพีคาดคะเนเอาไว้ว่า จะมีปริมาณการพิมพ์ทั้งสองอย่างสูงถึง 53 ล้านล้านแผ่นในปี 2010 ด้วยสัดส่วน 90% เป็นของการพิมพ์แบบอะนาล๊อก และอีก 10% เป็นการพิมพ์แบบดิจิตอล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเปอร์เซ็นต์ในการพิมพ์งานแบบดิจิตอลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา ทางเอชพีจึงได้วางกลยุทธ์ในเรื่องของซัพพลายใหม่ ด้วยการแบ่งออกเป็น 4 ขั้น เพื่อออกมารองรับการใช้งานด้านการพิมพ์ดิจิตอลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งผมขอไล่เป็นลำดับขั้นไปเรื่อยๆ เลยแล้วกันนะครับ
1. Technological Innovation
New ColorSphere Toner
แน่นอนอยู่แล้วครับว่า เอชพีเป็นหนึ่งในบริษัทระดับโลก ที่มีการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์ออกมาใหม่ๆ อยู่เสมอ อย่างในครั้งนี้ ก็ได้มีการเปิดตัวเทคโนโลยี
New ColorSphere Toner ที่สามารถเพิ่มความมันวาวให้กับเอกสารมากกว่าเดิมถึง 117% ความกว้างของพื้นที่สีกว้างขึ้นถึง 39% มีความละเอียดที่สูงกว่า
โทนเนอร์ ColorSphere รุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด ช่วยทำให้การพิมพ์ภาพถ่ายมีคุณภาพสูงกว่าเดิมค่อนข้างเยอะ โดยเทคโนโลยีนี้จะมีในเครื่องพิมพ์ Color LaserJet รุ่นใหม่ของเอชพีทั้งหมด ซึ่งก็มีการทดสอบนำโทนเนอร์ที่เป็นผงอยู่ในหลอด มาให้ลองเขย่าดูด้วยครับ ซึ่งจากการที่ลองเขย่าดูแล้ว ไม่ได้รู้สึกเลยว่า หมึกโทนเนอร์เป็นแบบผง ดูเหมือนเป็นน้ำมากกว่าซะอีก และเมื่อลองเทียบดูภาพ ที่ได้จากการพิมพ์ตั้งแต่เครื่องพิมพ์เลเซอร์สีรุ่นแรกของเอชพีนั้น จะเห็นความแตกต่างในเรื่องของสีสันและรายละเอียดได้อย่างชัดเจน
HP Monochrome Toner
เทคโนโลยีโทนเนอร์ขาวดำ หรือที่เรียกว่า
Monochrome Toner นั้นยังถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ ด้วยการออกแบบให้มีจุดหลอมเหลวที่ต่ำ ช่วยให้การพิมพ์มีคุณภาพดีสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น จะหากเราลองนำตัวแท่งความร้อนมาไว้ใกล้กับผงหมึก ผงหมึกจะดูดติดแท่งความร้อนขึ้นมาทันที และหากเราหมุนแท่งความร้อนนี้ไปเรื่อยๆ ตัวผงหมึกก็จะค่อยๆ กระจายไปทั่วๆ แท่งความร้อนทันที นอกจากนั้นยังสามารถ เพิ่มความเร็วในการพิมพ์ที่ดียิ่งขึ้น ด้วยความเร็วสูงสุดที่ทำได้สูงถึง 62 แผ่นต่อนาที แต่ตัวตลับหมึกกลับมีขนาดเล็กลง ช่วยให้การออกแบบผลิตภัณฑ์มีขนาดเล็กลงตามไปด้วย และที่สำคัญที่สุด โทนเนอร์รุ่นใหม่นี้ จะใช้พลังงานในการเร่งความร้อนจนถึงอุณหภูมิที่สีละลายน้อยลงถึง 15% มีผลทำให้ใช้พลังงานน้อยลงไปจากเดิมถึง 10-15% ต่อหน้า จึงเป็นการประหยัดต้นทุนในการพิมพ์ให้กับคุณไปได้อีกมา
Dual-Drop Volume Ink Cartridge Technology
ข้ามไปดูกันที่ฝั่งอิงค์เจ็ตกันบ้างว่าจะมีอะไรใหม่ๆ มาโชว์ ซึ่งเอชพีได้คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีตลับหมึก
Dual-Drop Volume ใหม่ และเทคโนโลยีกระดาษ
ColorLok ซึ่งเทคโนโลยีหมึกพิมพ์
Dual-Drop Ink นี้ คือเทคโนโลยีหยดหมึกคู่ที่ต่างขนาด ที่ใช้หมึกสีสูตรพิเศษ พ่นลงกระดาษในปริมาณหยดหมึกที่แตกต่างกัน 2 ระดับ คือขนาด
5 พิโคลิตร และ 1.3 พิโคลิตร ทำให้เครื่องพิมพ์สามารถพ่นหยดหมึกขนาดใหญ่เล็กได้ ในทุกตำแหน่งของหน้ากระดาษ และยังมีขั้นตอนการแปลงระบบสี (half-toning) ที่ดีขึ้น และเหมาะกับการพิมพ์ภาพถ่ายลงบนกระดาษ HP Advanced Photo Paper แบบนี้ถ้าได้เครื่องมาเทสเมื่อไหร่ ต้องขอลองซะหน่อยแล้วครับ เพราะปกติคุณภาพที่พิมพ์ลงบนกระดาษชนิดนี้ จะให้ภาพไม่ค่อยสวยเท่าที่ควร
นอกจากนั้น หากคุณมีกล้องจุลทรรศน์ก็ลองเอาภาพไปขยายใหญ่ดูนะครับ คุณสามารถเห็นขนาดหยดหมึกที่แตกต่างกันสองขนาดได้อย่างชัดเจน และการพิมพ์งานขาวดำ ก็ได้พัฒนาให้มีระดับความเข้มเทียบเท่ากับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ สามารถเก็บเอกสารไว้ได้นานกว่าเดิม โดยตลับหมึกรุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยี
Dual-Drop Volume นี้จะมีตลับหมึกเบอร์ 60 และ 901 ซึ่งตลับหมึกสีและขาวดำรุ่น HP60/818 ที่ใช้หมึก HP Vivera จะรอบรับพรินเตอร์รุ่น
HP Deskjet D2560/D2568 และรุ่น HP Deskjet F4280/F4288 All-in-One โดยมีตลับหมึกขนาด XL จำหน่ายด้วยทั้งสีและขาวดำ ส่วนตลับหมึก 901 นั้นจะใช้กับ
HP Officejet J4580 All-in-One โดยมีเฉพาะตลับหมึกดำขนาด XL จำหน่ายเท่านั้น
HP Papers with ColorLok
กระดาษพิมพ์ใหม่ ที่เรียกว่า
HP Papers with ColorLok จะเป็นการนำ 3 ความต้องการในงานพิมพ์มาใส่ไว้บนกระดาษ HP Everyday Paper แผ่นนี้ ด้วยการช่วยให้หมึกพิมพ์แห้งติดกระดาษเร็วกว่ากระดาษปกติถึง 9 เท่า ให้ภาพที่มีสีสันคมชัดสดใสยิ่งขึ้น 30% และการพิมพ์สีดำจะให้สีที่เข้มขึ้น และคมชัดกว่าการพิมพ์ลงบนกระดาษธรรมดาถึง 60% เลยทีเดียว
ซึ่งเทคโนโลยี
ColorLok นี้เป็นผลพวงจากความร่วมมือในการคิดค้นกับอีก 8 ผู้นำทั้งด้านกระดาษและพรินเตอร์ อย่างเช่น Epson, International Paper (IP) และ Kodak เป็นต้น แต่เห็นทาง มร. Dennis McComb ผู้บริหารของเอชพีบอกว่า สำหรับในบ้านเรานั้น เอชพีอาจจะเจาะตลาดยากกว่าประเทศอื่นสักหน่อย เนื่องจากมี Double A เป็นผู้นำตลาดกระดาษอยู่ในขณะนี้ และยังคงเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งอยู่ ซึ่งใครต้องการซื้อกระดาษชนิด
ColorLok นั้น ให้ดูที่โลโก้
ColorLok แล้วกันนะครับ ซึ่งราคาคร่าวๆ ที่ขายอยู่ในตลาดอเมริกานั้น จะอยู่ที่รีมละ 3.99 เหรียญครับ หรือประมาณ 130 บาท แต่หากนำมาขายที่บ้านเราคงอยู่ราวๆ 180-200 บาทได้