กูเกิลเริ่มทดสอบเทคโนโลยีเบลอใบหน้าบุคคล สำหรับใช้งานกับบริการ "สตรีทวิว" หวังป้องกันปัญหาละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จากการถ่ายภาพบุคคลตามท้องถนนผ่านกล้องดิจิทัล
นายจอห์น แฮงก์ ผู้กำกับดูแลโปรแกรมกูเกิลเอิร์ธ และกูเกิลแมพ กล่าวว่า เทคโนโลยีเบลอหน้า ที่จะใช้กับกูเกิลสตรีทวิวนี้ จะใช้ขั้นตอนประมวลผลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ค้นหาภาพใบหน้าบุคคล จากฐานข้อมูลของกูเกิล แล้วจึงมาทำให้เบลอ
ทั้งนี้ กูเกิล ประกาศผ่านเวบบล็อก "ลัตลองก์ (LatLong)" ของบริษัทว่า เริ่มทดสอบเทคโนโลยีนี้ที่แมนฮัตตันแล้ว และหวังให้มีการใช้งานแพร่หลายขึ้น
"การต้องคำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว ทั้งในเชิงข้อกฎหมาย และบรรทัดฐานทางสังคมถือเป็นเรื่องยาก แต่ก็เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำ" เขากล่าว
เขาบอกว่า เทคโนโลยีเบลอใบหน้าดังกล่าว ใช้เวลากว่าหนึ่งปีในการพัฒนา ซึ่งอยู่บนพื้นฐานงานวิจัยที่ทำมาก่อนนั้นหลายปี
นาย แฮงก์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีนี้ทำงานได้ดีในด้านการเลือกเบลอใบหน้า เพราะมันใช้เทคโนโลยีอื่นๆ อีกหลายตัวในการกลั่นกรองรูปภาพ แม้จะยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบอยู่ดี เพราะยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเลือกเบลอภาพผิดจุด เช่น การเบลอหน้าคนบนป้ายโฆษณา หรือเบลอหน้าคนในภาพวาด และหลายครั้ง คอมพิวเตอร์ไม่ยอมประมวลผลจดจำใบหน้า ที่ไม่หันมามองตรงกับมุมกล้องด้วย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้ ก็ยังไม่แย่เท่าการที่ใบหน้าถูกปิดบังจากเส้นผม เสาโทรศัพท์ หรือมุมภาพเอียง ที่ทำให้ดูคล้ายกับบุคคลที่โปรแกรมจดจำไว้เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ กูเกิล เปิดตัวสตรีทวิว เมื่อเดือน พ.ค. 49 โดยเป็นโปรแกรมที่นำเสนอภาพเมืองหลายแห่งของสหรัฐ ผ่านมุมมองคนขับรถตามท้องถนน และกูเกิล มีแผนจะเก็บภาพในประเทศแถบยุโรปเช่นเดียวกัน ซึ่งรวมถึงโปรแกรมแผนที่ 3 มิติ ของมิลาน โรม และปารีส