ต่อกันด้วยการทดสอบการพิมพ์รูปภาพด้วยความละเอียดสูงสุด เท่าที่เครื่องพิมพ์จะทำได้นั้น ผลที่ออกมาการพิมพ์ลงบนกระดาษ
HP Premium Plus Photo Paper ให้คุณภาพในการพิมพ์ที่บอกได้ว่า แจ๋วครับ รายละเอียดสีสันในภาพ มีความชัดเจนสูง โดยเฉพาะตรงต้นไม้จะเห็นได้อย่างชัดเจน เป็นภาพที่ดูแล้วมีชีวิตชีวามากกว่ากระดาษพิมพ์ยี่ห้ออื่นๆ เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการพิมพ์เก็บไว้นานๆ ใส่กรอบโชว์ตั้งไว้มากกว่า ที่จะพิมพ์แจกครับ เพราะต้นทุนค่ากระดาษพิมพ์จะแพงกว่า
HP Premium Plus Photo Paper HP Advanced Photo Paper Glossy
ส่วนกระดาษยี่ห้อ
HP Advanced Photo Paper Glossy และ
ez-ART Glossy Coated Paper 260g นั้น จะให้ความรายละเอียดในการพิมพ์ที่ค่อนข้างจะใกล้เคียงกัน คือพิมพ์ได้ไม่ชัดเจนเท่ากับตัวกระดาษ
HP Premium Plus Photo Paper ครับ แต่ก็อยู่ในคุณภาพที่ดี หากจะนำกระดาษประเภทนี้มาใช้พิมพ์ทุกวัน และสีสันที่ได้จากการพิมพ์นั้น ไม่ค่อยเหมือนกันสักเท่าไหร่ครับ กระดาษ
ez-ART จะให้สีน้ำเงินตรงท้องฟ้าที่เข้มกว่า ส่วนกระดาษ
HP Advanced Photo Paper นั้นจะมีสีสันที่ใกล้เคียงกับกระดาษ
HP Premium Plus Photo Paper มากที่สุด แต่ว่าการไล่ระดับความละเอียดของกระดาษสู้ไม่ได้ครับ
ez-ART Glossy Photo Coated Paper IJ Photo Glossy Paper
และกระดาษยี่ห้อสุดท้ายที่เรานำมาทดสอบคือ กระดาษ
IJ Photo Glossy Paper ให้ผลลัพธ์ที่บอกตามตรงได้เลยว่า ทำได้ไม่ดีเอาซะเลย ไม่ว่าจะเป็นการเกลี่ยสีลงในกระดาษที่ไม่เรียบเนียน ทำให้เห็นรอยการพิมพ์เป็นคลื่นๆ สีท้องฟ้า และสีของต้นไม้ออกโทนแดง เพี้ยนจากสีสันของจริง แต่นั่นก็เป็นข้อดี ที่ทำให้โทนสีแดงของสีทาบ้านมีความแดงเข้มที่มากขึ้น ดูสวยกว่าเดิม แต่ทำให้สีสันในโทนอื่นๆ เพี้ยนตามไปด้วยนั่นเองครับ ก็เลยไม่อยากแนะนำกระดาษยี่ห้อนี้ในการพิมพ์ภาพกับ
HP Officejet J6480 All-in-One ครับ เพราะกระดาษ
IJ อาจจะไปเหมาะสมกับเครื่องพิมพ์รุ่นอื่นแบรนด์อื่นมากกว่าก็ได้
ในเรื่องของการสแกนภาพผ่านทางเครื่องพิมพ์
HP Officejet J6480 All-in-One นี้ไม่ค่อยเวิร์กเลยครับ หากเทียบกับการนำภาพไปสแกนบนเครื่องพิมพ์ยี่ห้อคู่แข่ง ที่ระดับความละเอียด 300 dpi เท่ากัน ซึ่งนั่นหมายความว่า หากคุณต้องการสแกนภาพที่คมชัดกว่านี้ ก็ต้องเลือกการสแกนที่ระดับความละเอียดที่มากขึ้นเท่านั้นครับ แต่นั่นก็หมายความว่า ระยะเวลาที่ใช้ในการสแกนจะนานขึ้นไปด้วย แต่สิ่งที่ผมสังเกตเห็นได้จากการสแกนนั้นคือ ภาพที่ความละเอียด 300 dpi ของ
Officejet J6480 AIO นั้น จะมีความเร็วในการสแกนที่มากกว่ายี่ห้อคู่แข่ง จึงน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพที่สแกนออกมานั้น มีความคมชัดน้อยกว่า แม้ว่าจะอยู่ที่ระดับความละเอียด 300 dpi เท่ากัน
HP Officejet J6480 All-in-One จำหน่ายอยู่ที่ราคา 9,088 บาท (ราคารวม VAT เรียบร้อยแล้ว) คุณสามารถดูรายละเอียดเครื่องทั้งหมดได้
ที่นี่ ครับ
สรุปแล้ว HP Officejet J6480 All-in-One เหมาะสำหรับการใช้งานในระดับกลางๆ มีปริมาณการพิมพ์อยู่ที่ 5,000 แผ่นต่อเดือน เน้นพิมพ์งานด้านเอกสาร ไม่เน้นด้านรูปภาพ แต่หากต้องการพิมพ์รูปภาพ ก็สามารถซื้อหมึกพิมพ์ชนิดสำหรับพิมพ์ภาพโดยเฉพาะมาใช้ภายหลังได้ เพราะหมึกพิมพ์ที่ให้มากับเครื่องนั้นจะเป็นแบบมาตรฐาน และหากต้องการความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้น ก็ไปซื้อหมึกไซส์ XL มาใส่ได้เลยครับ มีความเร็วในการพิมพ์ในระดับที่ใช้ได้สบายๆ แต่จะมีจุดด้อยอยู่ที่การสแกนภาพที่ขนาดมาตรฐาน 200 หรือ 300 dpi จะไม่ค่อยเวิร์กเลยครับ แต่ถ้าปรับระดับความละเอียดเพิ่มขึ้นมาสักหน่อย ก็จะพอทดแทนกันได้ แต่ก็จะเสียเวลาในการสแกนมากขึ้น และต้องดูในเรื่องของ Wi-Fi ด้วยว่าระบบเน็ตเวิร์กไร้สายของคุณนั้น กำลังใช้ระบบการเข้ารหัสรักษาความปลอดภัยแบบไหนอยู่
ขอบคุณบริษัท Hewlett-Packard (ประเทศไทย) จำกัด ที่จัดส่งสินค้ามาให้ทดสอบครับ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.hp.com/th หรือติดต่อสอบถามได้ที่ HP Contact Center โทร. 02-353-9000 # 1 ครับ