นายวิกร วิวิธคุณาภรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ดีคอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัว ระบบ Dcom X- Theater ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การนำเอาเทคโนโลยีหลายรูปแบบมาผสมผสานและทดสอบจนแน่ใจในคุณภาพการเชื่อมต่อ โดยระบบจะเป็นทั้ง Home Entertainment ที่ให้คุณสมบัติทุกอย่างเหมือนชุด Home Entertainment
โดยพื้นฐาน เป็น Home Security เมื่อเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิด เป็น Home Network ทั้งแบบ Wireless และมีสาย เชื่อมต่ออุปกรณ์ไอทีได้ทุกรูปแบบ และยังเป็น Home Communication ใช้โทรศัพท์แบบ IP Phone หรืออินเตอร์เน็ตไปพร้อมกันได้ ทั้งหมดบริษัทได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากผู้ผลิต ไม่ว่าจะเป็น ASUS, Sanyo, SMC เป็นต้น
ปัญหาหลักที่ต้องเอาใจใส่ก็คือ เรื่องการแข่งขันด้านราคาของสินค้าไอที ที่นับวันรุนแรงขึ้น รวมไปถึงเรื่องต้นทุนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างพนักงาน ค่าขนส่ง ทำให้ดีคอมให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการจัดการเป็นอันดับหนึ่ง
ทิศทางของสินค้าไอทีในอนาคตยังจะเติบโตต่อเนื่อง โดยหากดูข้อมูลจากการสำรวจ มีการคาดการณ์ว่าตลาดไอทีของไทยจะโตประมาณ 9.3% จากปี 2551 โดยจะมีสัดส่วนฮาร์ดแวร์มากที่สุดถึง 73% นอกนั้นจะเป็นเรื่องบริการกับเรื่องซอฟท์แวร์ ในส่วนของดีคอมเอง เราตั้งเป้าโตขั้นต่ำว่า ต้องเติบโตกว่าค่าเฉลี่ยทั้งตลาดอย่างน้อย 2 เท่า
ปี 2551 คาดว่าทิศทางจะดีขึ้นมาก เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัว จากตัวเลขต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนภาคเอกชน และภาครัฐ การที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ทำให้งบประมาณต่างๆ เป็นไปตามปกติ และที่สำคัญราคาพืชผลทางการเกษตรที่สูงมากในช่วงนี้ เชื่อว่าจะทำให้กำลังซื้อไอทีสูงขึ้นทั้งประเทศ และดีคอมเองก็ตั้งเป้าที่จะเติบโตไม่น้อยกว่า 30% ในปี 2551 นี้ โดยรายได้ในปีที่ผ่านมาดีคอมพิวเตอร์มียอดขายประมาณ 5,800 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ ดีคอม ได้ทำการรีแบรนด์ จากดีคอมพิวเตอร์ มาเป็นดีคอมกรุ๊ป เป็นการสะท้อนการลงทุนและพัฒนาองค์กรครั้งใหญ่ในครั้งนี้ โดยดีคอมต้องการสื่อสารออกไปในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศว่า เราพร้อมแล้วที่จะแข่งขันกับคู่แข่งระดับโลกทุกราย และต้องการนำเสนอปรัชญาการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนสู่สังคมไอที