ไอดีซีเผยเทรนด์ใหม่โน้ตบุ๊คราคาประหยัด จับตลาดเครื่องที่ 2 ในประเทศพัฒนาแล้ว เพิ่มทางเลือกนอกจากกลุ่มการศึกษา หลังเห็นแนวโน้มผู้ใช้เครื่องทั่วไปสามารถใช้เป็นเครื่องพกพาสำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ทดแทนเครื่องหลัก คาดยอดพุ่งจาก 5 แสนเครื่องเป็น 9 ล้านเครื่องใน 4 ปี ชิงส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ของตลาดพีซีโดยรวม
รายงานข่าวจากอินฟอร์เมชั่นวีค กล่าวว่า สำนักวิจัยชั้นนำเผยแนวโน้มตลาดโน้ตบุ๊คราคาประหยัด (อัลตรา โลว์คอส โน้ตบุ๊ค) ที่มีรูปทรงกะทัดรัด จอขนาด 7-10 นิ้ว มีทีท่าว่าจะได้เข้ามาจับจองตลาดคอมพิวเตอร์เครื่องที่ 2 ในกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป สำหรับใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างเดินทาง
บริษัทวิจัยไอดีซี เผยว่า แม้โน้ตบุ๊คราคาต่ำกว่าเครื่องละ 500 ดอลลาร์ (ประมาณ 16,000 บาท) จะได้รับการคาดหวังให้เป็นทางออกสำหรับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลในประเทศกำลังพัฒนา แต่ขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มว่า โน้ตบุ๊คราคาประหยัดกำลังจะกลายเป็นเครื่องมือสำหรับเชื่อมต่อเวบไซต์ตามจุดให้บริการไว-ไฟ ในประเทศพัฒนาแล้ว
ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการพกพาโน้ตบุ๊คปกติ ที่มีน้ำหนักมาก และขนาดใหญ่โตเทอะทะ ต่างกับโน้ตบุ๊คราคาประหยัดที่สามารถใช้งานเวบได้โดยตรง ซึ่งเป็นเครื่องที่แยกต่างหากจากการท่องเวบผ่านสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์พกพาอื่นๆ
ไอดีซี ระบุว่า โน้ตบุ๊คเครื่องเล็กไม่ได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นรุ่นที่ดึงดูดใจผู้บริโภคส่วนใหญ่ เนื่องจากคนกลุ่มนี้ยินดีที่จะจ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ได้โน้ตบุ๊คคุณสมบัติครบเครื่อง สำหรับเป็นเครื่องพกพาเพียงอย่างเดียว ส่วนตลาดสำหรับโน้ตบุ๊คประเภทพกพาขนาดเล็กมากๆ อย่าง อัลตรา พอร์เทเบิล จะเป็นตลาดเครื่องแรกในกลุ่มผู้ใช้ระดับเด็กนักเรียน ตั้งแต่อนุบาล - ม.2
นายบ็อบ โอ'ดอนเนลล์ นักวิเคราะห์จากไอดีซี กล่าวว่า ในกลุ่มผู้ค้าพีซี ที่ค่อนข้างระมัดระวังกับส่วนต่างในการขายเครื่องราคาประหยัด ก็คาดหวังที่จะโปรโมทให้เครื่องรุ่นดังกล่าวเป็นพีซีเครื่องที่ 2 ที่ไม่ใช่เครื่องทดแทน แม้ว่าปัจจุบันกลุ่มผู้ค้าพีซีเหล่านี้จะกำลังเผชิญความท้าทายในการทำให้เป็นธุรกิจที่มีกำไร
อย่างไรก็ตาม ไอดีซีคาดการณ์ว่า ยอดขายโน้ตบุ๊คราคาประหยัดจะเพิ่มขึ้นจากน้อยกว่า 5 แสนเครื่องในปีที่ผ่านมาเป็นมากกว่า 9 ล้านเครื่องในอีก 4 ปีข้างหน้า (2555) แต่เนื่องจากค่าเฉลี่ยราคาขายต่ำ ทำให้คาดว่ารายได้เฉลี่ยในตลาดดังกล่าวจะต่ำกว่า 3 พันล้านดอลลาร์
ทั้งเมื่อเทียบกับตลาดพีซีโดยรวม โน้ตบุ๊คกลุ่มดังกล่าวยังคงมีส่วนแบ่งน้อยกว่า 5% แต่คาดว่าท้ายที่สุดแล้ว โน้ตบุ๊คราคาประหยัดจะสามารถชิงส่วนแบ่งได้มากกว่า 1 ใน 3 ของตลาดการศึกษาภายในปี 2555