ไอบีเอ็ม ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ รุกตลาดซอฟต์แวร์ตรวจสอบอัตราการบริโภคพลังงานของคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ ของเว็บไซต์และดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นในยุโรปตะวันตก และ ประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก
เมื่อเร็วๆนี้บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล บิสิเนส แมชชีนส์ คอร์ปฯ (ไอบีเอ็ม) ผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดในโลกได้เปิดตัวเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อตรวจวัดอัตราการบริโภคพลังงาน และ ลดการใช้พลังงานของคอมพิวเตอร์ในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่เป็นอุปกรณ์สำคัญของเครือข่ายการสื่อสารในสำนักงานและเว็บไซต์ ในงานประชุมไอบีเอ็ม บิสิเนส พาร์ตเนอร์ ฯ เมืองลอสแองเจลีส สหรัฐอเมริกา
ไอบีเอ็มได้นำเสนอซอฟต์แวร์ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบติดตาม และ ลดปริมาณการใช้พลังงานของคอมพิวเตอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์ และเครื่องปรับอากาศที่ให้ความเย็นกับเครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านั้น
นอกจากนั้นยังได้ขยายโครงการการให้ประกาศนียบัตรแก่บริษัทใน 27 ประเทศที่เข้าร่วมโครงการประหยัดพลังงานและสามารถลดการใช้พลังงานได้ตามกำหนด เพิ่มเติมจากที่โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จใน 7 ประเทศซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการตั้งแต่ปี 2550 ที่ผ่านมา
นายวิลเลียม ซิทเลอร์ ผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีของไอบีเอ็ม กล่าวว่า "ประสิทธิภาพการใช้พลังงานเป็นเครื่องวัดที่สำคัญของธุรกิจ ทั้งในด้านความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ และ ความพึงพอใจของลูกค้า"
บิ๊กบลูกำลังขยายขอบเขตการจัดจำหน่ายระบบที่เรียกว่า "กรีน ดาต้า เซ็นเตอร์" ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ในภูมิภาคที่พัฒนาแล้วของโลกเช่นยุโรปตะวันตก ขณะเดียวกันธุรกิจในประเทศกำลังพัฒนาก็ใช้เงินลงทุนจำนวนมากในการพัฒนาสาธารณูปโภคสำหรับเทคโนโลยีดังกล่าว
ผู้บริหารของไอบีเอ็มกล่าวว่า "มันเป็นโอกาสที่ดีของเราที่จะนำเสนอต่อลูกค้าจำนวนมาก ซึ่งมีหลายต่อหลายรายกำลังพัฒนาเปลี่ยนรูปแบบของศูนย์ข้อมูล หรือกำลังเปลี่ยนรูปแบบของศูนย์ข้อมูลของตน และเป็นปัญหาที่สำคัญยิ่งในอุตสาหกรรม"
นายมาร์ค ลอฟริดจ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ของไอบีเอ็มกล่าวว่าโครงการกรีน ดาต้า เซ็นเตอร์ ที่ไอบีเอ็มเป็นผู้ริเริ่มได้ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าแก่บริษัทในช่วงหนึ่งปีนับตั้งแต่การเปิดตัว ไอบีเอ็มได้ลงนามในสัญญาซื้อเทคโนโลยี-บริการมูลค่าเกือบ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงไตรมาสแรก และ อีก 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=M2823202&issue=2320