Samsung SGH-G800 รุ่นนี้จะรองรับการเชื่อมต่อ HSDPA
ที่สามารถโหลดข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 7.2 เมกะบิตต่อวินาที
หรือจะเปลี่ยนไปใช้ระบบ GSM ที่ความถี่ 900/1800/1900/2100
รวมไปถึงการเชื่อมต่อผ่านระบบ GPRS และ EDGE ด้วย
ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นและคอมพิวเตอร์ก็ใช้งานผ่านทาง Bluetooth
2.0 หรือสาย USB 2.0 ก็ได้เช่นกัน แต่ว่าจากการใช้งาน
Samsung SGH-G800เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านทาง Bluetooth นั้น ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ครับ
ลองเปลี่ยนทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนไปใช้ระบบปฎิบัติการทั้ง Windows
Vista และ Windows XP แล้วก็ตาม ก็ยังไม่ได้อยู่ดี ทั้งๆ
ที่คอมพิวเตอร์ที่เราทดสอบนั้น ก็เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ Samsung
รุ่นก่อนอย่าง U700 ได้ครับ แม้ว่าจะไม่ได้ลงซอฟต์แวร์
Samsung PC Studio แต่การใช้งานผ่านทางสาย USB นั้นทำได้ปกติ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ก็เลยต้องทำหน้าตามึนงงแทนครับ
ยังมีอีกฟังก์ชันหนึ่งที่คุณสามารถใช้ได้ในโทรศัพท์รุ่นนี้ นั่นก็คือ การอัพโหลดวิดีโอและรูปภาพไปยัง Blog ส่วนตัวของคุณได้โดยตรง รวมไปถึงการอัพโหลดไปยังเว็บไซต์วิดีโอและรูปภาพชื่อดังอย่าง YouTube และ Flickr ได้อีกด้วยครับ แต่คงไม่ค่อยมีคนใช้ฟังก์ชันทางด้านนี้สักเท่าไหร่ เพราะยังคงยึดติดอยู่กับ โลกออนไลน์ผ่านทางคอมพิวเตอร์อยู่เหมือนเดิม แถมสัญญาณโทรศัพท์บ้านเราก็ยังไม่เป็น 3G เต็มๆ ตัวด้วยครับ การอัพโหลดไฟล์วิดีโอนั้น จำเป็นต้องมีช่องแบรนด์วิธที่ค่อนข้างกว้างพอสมควร
อีกอย่างหนึ่งที่เกือบลืมบอกไป นั่นก็คือ จะมีกล้อง VGA ติดตั้งที่ด้านหน้าของโทรศัพท์ด้วยนะครับ เอาไว้ทำ Video Calling แต่ตัวเครื่องกลับไม่รองรับการแสดงรายชื่อผู้โทรเข้าเป็นวิดีโอ (Video Caller ID) ครับ แปลกใจมั๊ยละครับว่า แล้วแบบนี้จะมีฟีเจอร์นี้มาทำไม เหมือนกั๊กๆ อย่างไรก็ไม่รู้
Samsung SGH-G800 จำหน่ายอยู่ที่ราคา 15,900 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว โดยภายในกล่องจะมี Samsung SGH-G800, แบตเตอรี่ Li-ion, สายชาร์จแบบเร็ว, สาย Data Cable, ชุดหูฟังสเตอริโอ, การ์ด Micro SD ขนาด 2 กิกะไบต์, คู่มือการใช้งาน และแผ่นซีดีรอม Samsung PC Studio เปิดรอรับสายได้นาน 220 ชั่วโมง คุยต่อเนื่องได้นาน 200 นาที
สรุป Samsung SGH-G800 รุ่นนี้คงเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้โทรศัพท์ ที่เน้นด้านการถ่ายภาพเป็นหลักมากกว่าใช้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่มีอยู่ในเครื่อง เพราะฟังก์ชันที่สำคัญที่ใช้กันอยู่ในกล้องดิจิตอลในปัจจุบัน อย่าง
ความละเอียดภาพ 5 ล้านพิกเซล การใช้ Optical Zoom มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Image Stabilize และเทคโนโลยี Face Detection ระบบจับโฟกัสที่ใบหน้า เป็นต้น ฉีกแนวโทรศัพท์มือถือติดกล้องไปพอสมควร แต่ Samsung ก็ไม่ได้ทิ้งฟีเจอร์สำคัญๆ ไปทั้งหมด ยังคงมีอยู่อย่างเพียบพร้อม ใช้งานได้ดีทั้งโทรศัพท์และกล้อง
คุณอาจจะต้องลองเช็กเรื่องของสัญญาณ Bluetooth ในการต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยนะครับ หากคุณไม่ต้องการใช้สาย USB แต่ถ้าคุณไม่สนใจในเรื่องนี้ก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะการใช้สาย USB นั้นเสถียรกว่าการใช้ Bluetooth เยอะ แม้อาจจะเกะกะบ้างก็ตาม และด้วยราคา 15,900 บาทนั้น อาจจะมีหลายคนคิดหนักครับ ว่าจะเลือกโทรศัพท์รุ่นนี้ดี จะหนีไปใช้โทรศัพท์ค่ายคู่แข่ง หรือเปลี่ยนไปใช้แนว PDA Phone ก็ได้ทั้งนั้น แถมยังมีสิทธิ์โดนกล้องดิจิตอลตีตลาดด้วย เพราะราคากล้องตอนนี้ถูกมากๆ เทียบคุณภาพภาพแล้วก็ดีกว่าโทรศัพท์มือถือติดกล้องพอสมควร อาจจะไม่สะดวกในการพกพาอุปกรณ์ไปพร้อมกัน 2 เครื่องเท่านั้นแหละครับ คงเป็นการบ้านให้ Samsung คิดหนักอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ขอบคุณ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ที่จัดส่งสินค้ามาทดสอบครับ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.samsungmobile.com