วงการค้าไอทีระบุตลาดคอนซูเมอร์ชะลอกำลังซื้อกลุ่มแรก ส่อสัญญาณเพิ่มเงินผ่อน-อัดงบโปรโมชั่น จี้รัฐเร่งเครื่องใช้จ่ายงบ กระตุ้นเศรษฐกิจ หากยังไม่เฟื่องอีก 6 เดือนกำลังซื้อองค์กรหดแน่
นายจำรัส สว่างสมุทร นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (เอทีซีไอ) กล่าวว่า ภาวะเงินเฟ้อของไทยที่อยู่ระดับ 5% นับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับปีอื่นๆ ที่อยู่ระดับ 3-4% โดยส่วนหนึ่งเกิดจากน้ำมัน และกดดันทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขยับสูงตาม ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดคอนซูเมอร์เป็นกลุ่มแรก รวมถึงสินค้าไอทีที่ต้องจัดรายการส่งเสริมการขายลดแลกแจกแถมเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ
ขณะที่กลุ่มผู้ใช้องค์กร ก็ยังกังวลต่อเศรษฐกิจ โดยรัฐยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้กระเตื้องมากนัก และยังไม่มีการลงทุนใหม่ๆ จากต่างประเทศ ซึ่งถ้าเศรษฐกิจยังคงเป็นระดับนี้ต่อไปอีก3-6 เดือน กำลังซื้อกลุ่มนี้จะชะงักงันตามมา
ส่วนไตรมาส 2 ที่เดิมได้กำลังซื้อจากโครงการประมูลภาครัฐ ปีนี้ถือว่ายังเปิดประมูลล่าช้ามาก ลดลงกว่า 50% และหลายหน่วยงานรัฐ ระบุว่าใช้จ่ายงบ 70% ของวงเงินแล้ว แต่ก็ไม่ใช้งบลงทุนโครงการใหม่
ด้านแหล่งข่าวจากบริษัทเอแอนด์แอล ซึ่งเป็นบริษัทผู้ค้าส่งและปลีกไอที กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดไอทีต้องเพิ่มจำนวนการจัดรายการส่งเสริมการขายบ่อยครั้งมากขึ้น เป็น 1-2 สัปดาห์ต่อเดือน จากปีที่แล้วอาจจัดโปรโมชั่นเดือนละครั้ง และการผ่อนสินค้าจะเลือกระยะเวลานานมากขึ้นเป็น 12-15 เดือน
แหล่งข่าวบริษัทค้าปลีกไอทีรายใหญ่ กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดไอทีไตรมาส 2 และ 3 อาจน่าเป็นห่วง เพราะมีปัจจัยเศรษฐกิจถดถอยจากทั่วโลก และแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยของสหรัฐที่จะเพิ่มขึ้น และภาวะการเมืองในประเทศไทยเอง ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อของไทยที่อยู่ระดับ 5% แม้จะสูงแต่ก็อยู่ระดับยังต่ำเมื่อเทียบกับจีนและเวียดนาม ซึ่งก็ชดเชยจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าทำให้ราคาสินค้าไอทีต่อหน่วยลดต่ำลง
อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่า ปีนี้สินค้าไอทีจะซื้อผ่อนจากบัตรเครดิต และบริษัทเงินผ่อน จะมีสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยจะขยับเป็น 70% จากปีที่แล้วมีสัดส่วน 50% และที่เหลือเป็นการซื้อเงินสด
กระนั้น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะโน้ตบุ๊คที่มีหน้าจอต่ำกว่า 12 นิ้ว และมีน้ำหนักต่ำกว่า 1 กิโลกรัม ซึ่งมีระดับราคา 9,900-14,900 บาท จะเข้ามาช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในตลาดมากขึ้น และอาจทำให้ปีนี้ เป็นปีแรกที่การขายเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมีสัดส่วนเท่ากับโน้ตบุ๊ค อยู่ระดับ 9 แสนเครื่อง โดยเฉพาะการขยายตัวระดับนักเรียนถึงมหาวิทยาลัย และกลุ่มผู้ใช้โน้ตบุ๊คเป็นเครื่องที่ 2
แหล่งข่าวด้านบัตรเครดิต กล่าวว่า การใช้จ่ายสินค้าไอทีรูปแบบการผ่อนบัตรเครดิต จะมีมากขึ้น โดยอยู่สัดส่วน 50% และประชาชนจะเน้นการซื้อผ่อนแบบ 0% ในงานแสดงสินค้าคอมพิวเตอร์ (อีเวนต์) และการเสนอเงื่อนไขให้ร้านค้ากรุงเทพฯ เป็นหลัก ส่วนตลาดต่างจังหวัดจะซึมลงเล็กน้อย
นายพุฒิพันธ์ เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงสถานการณ์ไตรมาส 2 ว่าส่วนใหญ่เป็นช่วงเวลาที่กำลังซื้อภาคคอนซูเมอร์อาจจะลดลง เพราะมีวันหยุดยาวและเปิดเทอม แต่ยังได้กำลังซื้อจากกลุ่มโครงการภาครัฐ
นอกจากนั้น สินค้าไอที เริ่มขยายขอบเขตไปยังตลาดใหม่ ๆ โดยเฉพาะตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (เอวี) เช่นการซื้อจอแอลซีดี ไปใช้งานเป็นแอลซีดี ทีวี การใช้แอลซีดี โปรเจ็คเตอร์ไปแทนโปรเจ็คเตอร์แบบเก่า และการยอดขายเอสดีการ์ดแแฟลชการ์ดที่ใช้กล้องดิจิทัลก็ไปแทนที่ตลาดฟิล์ม ซึ่งมียอดขาย 1-2 ล้านชิ้นต่อปี รวมถึงเครื่องมัลติฟังก์ชั่นออลอินวันที่มาแทนเครื่องโทรสาร
ดังนั้น คาดว่าปีนี้ ตลาดไอที จะยังคงเติบโตได้ระดับสองหลัก หรือมากว่า 10% เฉพาะการใช้จ่ายส่วนฮาร์ดแวร์ จะเติบโตอย่างน้อย 9% โดยการเติบโตส่วนหนึ่งจะมาจากมินิโน้ตบุ๊ค และกลุ่มอุปกรณ์ต่อเชื่อมพกพา (โมบาย อินเทอร์เน็ต ดีไวซ์) ที่มีหน้าจอขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ซึ่งจะแบ่งเป็นระดับราคาหมื่นบาท และระดับ 2 -4 หมื่นบาท จะเป็นตัวเร่งกำลังซื้อในตลาดเพิ่ม