ทรู-บีบอยด์ ขยายตลาดสู่เด็ก เปิดหลักสูตร "ทรูคลิกไลฟ์" สอนคอมพ์แอนิเมชั่นอนุบาล-ประถม ดึงโรงเรียนเอกชนเข้าร่วม ก่อนต่อยอดเจาะต่างจังหวัด ทรูประเมินตลาดคอนเท้นท์เพลงแตะ 5,000 ล้าน ริงแบ็คโทนมาแรงสุด ท่ามกลางปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์
นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการสายงานบริการมัลติมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีบอยด์ ซีจี จำกัด กล่าวว่า ทรู จับมือกับ "บีบอยด์ ซีจี" เปิดตัว "ทรูคลิกไลฟ์" นวัตกรรมหลักสูตรการสอนคอมพิวเตอร์ระดับอนุบาลจนถึงประถมศึกษา 6 อิงหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ
บีบอยด์ ซีจี เป็นผู้พัฒนาคอนเท้นท์ ที่นำการ์ตูนแอนิเมชั่นมาผสานความรู้พื้นฐานการใช้คอมพิวเตอร์ระบบอินเตอร์แอคทีฟสำหรับเด็ก พัฒนาด้วยแนวคิด Playing is Learning การเล่น คือ การเรียนรู้ เน้นตอบไลฟ์สไตล์การเรียนรู้ของคอมมูนิตี้ยุคใหม่
อีกทั้งนำจุดเด่นของกลุ่มทรูที่มีหลากหลายแพลตฟอร์มร่วมเติมเต็มไลฟ์สไตล์การเรียนรู้ ทั้งออนไลน์คอมมิวนิตี้ www.trueclicklife.com เชื่อมโยงคุณครู-ผู้ปกครอง ร่วมพัฒนาการเรียนรู้เยาวชน ซึ่งผู้ปกครองจะได้รับซิมทรูคลิกไลฟ์ฟรี เพื่อตรวจสอบตารางกิจกรรมต่างๆ ของลูก ส่วนคุณครูจะได้รับซิมทรูมูฟให้โทรหากันฟรีได้ไม่อั้น
บริษัทคาดเฟสแรกจะมีนักเรียนใช้หลักสูตรนี้ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 คนภายในปีนี้ สื่อการเรียนการสอนจะรวมในค่าเล่าเรียน ซึ่งค่าอุปกรณ์เฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 บาทต่อคน ทั้งคัดเลือกโรงเรียนเอกชนในกทม.ที่พร้อมนำหลักสูตรไปใช้ นำร่องเปิดภาคการศึกษาใหม่ 2551 เช่น โรงเรียนแย้มสอาด (ลาดพร้าวและรังสิต), โรงเรียนไผทอุดมศึกษา, โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (เพชรเกษม, พระราม5) เป็นต้น
นายชีวิน โกสิยพงษ์ ประธานคณะผู้บริหารด้านความคิดสร้างสรรค์ บีบอยด์ ซีจี กล่าวว่า จุดเด่นของทรูคลิกไลฟ์ คือให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นหลัก ให้มีพัฒนาการทุกๆ ด้านของชีวิตตามความเหมาะสมแต่ละช่วงวัย โดยบริษัทมีแผนขยายหลักสูตรนี้ไปตามโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพฯ เพิ่ม และต่างจังหวัดที่อยู่ในโครงการภูมิปัญญาของทรู อีกกว่า 2,000 กว่าโรงเรียนด้วย กำหนดเริ่มเดือนก.ค.นี้
นายพิรุณ กล่าวด้วยว่า การเข้าถือหุ้นบริษัทบีบอยด์ ซีจี สัดส่วน 70:30 ทำให้ทรู มีคอนเท้นท์ด้านแอนิเมชั่น และเพลงที่แข็งแกร่งขึ้น ส่วนแอนิเมชั่นนั้น หลังเปิดตัวเรื่องนาค ก็มีแผนจะเปิดตัวแอนิเมชั่นเพิ่มเฉลี่ยปีละ 2 เรื่อง และเร็วๆ นี้จะต่อยอดรายได้จาก"นาค" โดยทำซิมนาค ซึ่งกำลังคิดแผนจะออกรูปแบบใด
ส่วนปีนี้ "เพลง" ยังคงเป็นคอนเท้นท์บนมือถือหลักที่สร้างรายได้ แม้จะเติบโตต่ำลง เพราะมีปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์มาก โดยมีความหวังที่บริการริงแบ็คโทน หรือเสียงรอสาย เหตุละเมิดไม่ได้ เพราะโอเปอเรเตอร์จะเป็นฝ่ายโหลดให้ลูกค้า อัตราขยายตัวเพิ่ม 20% จากนี้ไปจะกระตุ้นโดยโอเปอเรเตอร์ ทั้งแคมเปญ และบริการใหม่ๆ อาจทำให้ตลาดโตขึ้นถึง 30%
รวมทั้งบริการฟูลซองดาวน์โหลด หรือการดาวน์โหลดเเพลงเต็มเพลง จะยังเป็นตัวทำรายได้ที่ดี โดยเฉพาะบริการบนเครือข่าย 3จี, ไวไฟ และไวแม็กซ์ คาดมูลค่าตลาดคอนเท้นท์เพลงรวมจะมีไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท