และแล้วเดือนที่อากาศร้อนที่สุดในประเทศไทย ก็มาเยือนอีกครั้งอย่างปฏิเสธไม่ได้ ถ้าย้อนนึกถึงตอนเป็นเด็ก ก็เดือนนี้แหละที่อยากให้มาถึงเร็วที่สุด เพราะว่าจะได้เล่นปืนฉีดน้ำได้อย่างไม่มีผู้ใหญ่คนไหนมาดุมาว่า... แต่ถึงกระนั้นก็ตาม... แม้ว่าตอนนี้ที่เป็นผู้ใหญ่ ที่อายุเลยวัยรุ่นมาเล็กน้อยแล้วก็ตาม เดือนนี้ก็ยังเป็นเดือนที่ตั้งหน้าตั้งตารอไม่แพ้ตอนเด็กเหมือนกัน เพราะเป็นเดือนที่มีวันหยุดเยอะจริงๆ สำหรับใครหลายคนอาจจะใช้วันหยุดเหล่านี้ไปเที่ยวพักผ่อนกัน อันนี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติของคนทำงานอย่างเราๆอยู่แล้ว แต่สำหรับ "มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง" ผมว่าผมจะใช้เวลาอันแสนมีค่าเหล่านี้ หารายได้เสริมให้กับตัวเอง ในยุคที่ค่าครองชีพแพงแสนแพงนี้ดีกว่า...
ก่อนอื่น ผมต้องขอออกตัวเล็กน้อยว่าผมไม่ใช้เทพไม่ใช่เซียนมาจากไหน... รายได้เสริมตรงนี้ก็ยังไม่ถึงหลักแสนเหมือนอย่างพี่ๆเพื่อนๆ หลายคน แต่อาศัยว่าผมเป็นศิษย์ได้อาจารย์ดี คอยชี้แนะหนทางการหาเงิน จนเดินทางมาในธุรกิจสายนี้ได้อย่างไม่ขาดทุน!
เอาละครับ เมื่อครั้งที่แล้วผมได้เกริ่นมาแล้วว่า “รวยผ่านเน็ต” เนี่ย มีทั้งจริงมีทั้งเทียม เราต้องระวังกันให้มากๆหน่อย ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนจะลงทุน ที่สำคัญเราควรปรึกษาโดยตรงกับคนที่เคยทำธุรกิจด้านนี้อยู่แล้ว และคนๆนั้นต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ ไม่ใช่มาหวังผลประโยชน์กับเราอีกทอดหนึ่ง
เมื่อไม่นานมานี้ ผมเพิ่งได้รับ Email ฉบับหนึ่ง ชวนให้ไปสมัครเขียน Blog แห่งหนึ่ง โดยที่ทุกครั้งที่เราเขียน Blog เราก็จะได้เงิน... และเมื่อมีคนมาสมัครใหม่ ผ่านการแนะนำของเรา เราก็จะได้เงินอีก! จริงๆวิธีนี้ ไม่ได้ใหม่อะไรมากมาย แถมยังเป็นแบบแผนการสร้างชุมชนที่ดี แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเขาจ่ายเงินให้เราจริงละครับ (อันที่จริงเงื่อนไขในการจ่ายเงินสำหรับวิธีนี้ก็มีมากมายด้วย)
สำหรับ “การสร้างรายได้เสริมทางเน็ต” นั้นจริงๆมีหลายต่อหลายวิธีที่ได้เงินจริง แต่ก็อีกแหละครับ... บางวิธีนั้นกว่าจะได้เงินมาก็เหนื่อยแสนเหนื่อย แถมดูไปดูมาไม่ต่างจากธุรกิจยอดนิยมในบ้านเราอีกด้วย นั้นคือ “แชร์ลูกโซ่”
ส่วนตัวแล้ว ผมจะหารายได้จาก 2 วิธีนี้เท่านั้นครับ (แต่ละวิธีมันยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกพอสมควร)
1. รายได้จากค่า “Commission” หรือที่ภาษาไทยเราเรียกว่า “ค่านายหน้า” นั้นเอง
2. รายได้ที่เกิดขึ้นจากการคลิกโฆษณาบนเว็บไซต์ของเราเอง
สำหรับสองวิธีนี้ ที่ผมจะเขียนต่อไปนั้น จะเป็นรายได้ที่มาจากทางต่างประเทศเท่านั้นนะครับ แต่อันที่จริงในประเทศไทยเราก็มีทำแบบนี้ได้กันเหมือนกัน แต่ผลตอบแทนนั้นน้อยมากเมื่อเทียบกับการทำกับทางต่างประเทศ
ที่จริงผมต้องขอบอกไว้ก่อนนะครับว่า ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม เราต้อง "ลงทุน" ครับ ซึ่งแล้วแต่ว่าจะลงทุนยังไง และเท่าไหร่ เอาไว้คราวหน้าผมจะมาบอกต่อละกันครับถึงเรืองการลงทุน วันนี้อยากให้เข้าใจในภาพรวมของทั้งสองวิธีข้างต้นกันเสียก่อน
วิธีแรก “รายได้จากค่า Commission”
สำหรับวิธีนี้ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับธุรกิจที่เรียกว่า "Affiliate Network Business" เสียก่อน ซึ่งคำนี้ถ้าให้แปลเป็นไทยแบบง่ายๆ ก็คือ “ธุรกิจเครือข่าย” พอได้ยินคำว่า “เครือข่าย” แล้วอย่าเพิ่งไปนึกถึง "ธุรกิจ MLM" นะครับ... มันคนละเรื่องกันครับ แต่ที่ต้องใช้คำว่า "เครือข่าย" นั้นก็เป็นเพราะว่า หากเราไม่ไปสมัครเข้าเป็นเครือข่ายกับเจ้าของสินค้าที่เราจะขายให้ แล้วเราจะขายของให้เขาได้อย่างไรกัน จริงไหมละครับ!
ทีนี้เมื่อเห็นคำว่า "ขายของ" ก็อย่าเพิ่งตกใจนะครับ ที่จริงเราแค่ทำตัวเหมือนเป็น “นายหน้าขายของ” เท่านั้นเอง ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการสต๊อกของ รวมไปถึงการส่งของด้วยได้เลยครับ อันนั้นเราไม่เกี่ยว เรามีหน้าที่ทำให้มีคนซื้อสินค้าของเขา ผ่านช่องทางการทำโฆษณาของเราเท่านั้นเอง
เว็บเจ้าของสินค้าที่เปิดรับ Affiliate ในต่างประเทศนั้น ที่จริงมีเยอะแยะมากมายครับ แต่เว็บที่เป็นศูนย์รวมของเว็บเหล่านั้นก็มีมากมาย ตัวที่เป็นที่นิยมในหมู่นักขายในบ้านเราก็เห็นจะเป็นเว็บที่ชื่อ www.cj.com หรือไม่ก็จะเป็น www.amazon.com ครับ
วิธีสมัครเข้าเป็นเครือข่ายของเว็บเหล่านั้นก็ง่ายๆครับ แต่สำหรับการสมัคร cj นั้นมันจะมีช่องให้ใส่เว็บของเราด้วย อันนี้เราไม่ต้องกังวลมากครับ เราไปเปิด Blog ที่ wordpress.com แล้วเอา Blog เราที่สร้างไว้มาใส่ในช่องนั้นก็ได้ครับ
เมื่อเราสมัครผ่าน ขั้นต่อไปก็คือการที่เราต้องไปค้นหาสินค้า หรือเว็บไซต์ที่เราสนใจทำการขายของให้ใน cj แล้วเราก็ทำการสมัครเข้าเป็น Affiliate ของเว็บนั้นๆ จากนั้น เราก็จะได้ Link Id มาเพื่อทำการขาย โดยที่เมื่อมีคนคลิกผ่าน Link Id ของเราไปซื้อสินค้าในเว็บที่เราสมัครไว้ เราก็จะได้ค่า Commission ครับ ส่วนจะได้เท่าไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละเว็บที่เราสมัครครับ (สูงสุดที่ผมเคยได้รับก็คือ 110% ครับ ฮ่าๆ)
คราวนี้หลายท่านคงสงสัยแล้วว่า เราจะทำให้คนคลิกลิงค์ของเราเพื่อไปซื้อของได้อย่างไร... ง่ายๆครับ อันนี้คือการที่เราทำเว็บขึ้นมา แล้วเอาลิงค์เหล่านั้นมาใส่ในเว็บของเรา หรือว่าเราจะไปทำโฆษณาผ่านช่องทาง Search Engine ชื่อดัง ยกตัวอย่างเช่น Google.com, Yahoo.com และ Msn.com ก็ได้ครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับ พอมองเห็นภาพคร่าวๆแล้วใช่ไหมละครับ ถ้ายังไม่เห็น ไว้คราวถัดไป ผมจะมาเจาะลึกในรายละเอียดของวิธีนี้กันอีกทีนะครับ (พูดแล้วเรื่องมันยาว ฮาๆ)
ส่วนวิธีที่สอง “รายได้ที่เกิดขึ้นจากการคลิกโฆษณาบนเว็บไซต์ของเรา”
สำหรับวิธีนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองเสียก่อน และที่สำคัญ ต้องเป็นเว็บภาษาอังกฤษด้วยครับ แต่ไม่ต้องตกใจมากนะครับ ทุกวันนี้มีโปรแกรมประเภทที่เราสามารถหามาใช้ เพื่อใช้ในการสร้างเว็บของเราได้เอง โดยที่เราไม่ต้องเป็นคนหาข้อมูลภาษาอังกฤษมาสร้างเว็บเองเลย แค่เรา Download มาสงใน "Hosting Server" ของเราเท่านั้นเองครับ ตรงนี้ไว้คราวถัดไปถ้ามีโอกาส ผมจะมาเปิดเผยให้ครับว่ามีโปรแกรมตัวไหนบ้างที่ใช้สร้างเว็บของเราได้ หรือว่าอันที่จริงเราจะเขียน Blog ที่เป็นภาษาอังกฤษแล้วเอาโฆษณาที่มีคนคลิกแล้วได้เงินมาติดก็ได้ครับ
สำหรับการได้รายได้จากการคลิกนั้น ก็มีอยู่หลายเจ้าหลายวิธี แต่ที่ผมจะยกตัวอย่างให้ดู ก็คงหนีไม่พ้นแหล่งรายได้ใหญ่ของเรา นั้นคือ "Google Adsense" ซึ่งเจ้าตัวนี่แหละครับ ที่เป็นตัวสร้างรายได้ไม่น้อยเลยทำหรับการหารายได้ที่มาจากการคลิก
"Google Adsense" นั้น มันก็คือพวกโฆษณาที่มีคนมาลงไว้กับ Google แล้วเราก็เอาโฆษณาเหล่านั้นมาไว้ในเว็บของเรา ดังนั้น เมื่อมีคนคลิกลิงค์โฆษณาเหล่านั้น แน่นอนว่า Google จะได้เงินค่าโฆษณา และเมื่อ Google ได้เงินตรงนี้นมา เขาก็จะเอาเงินจากตรงนั้นมาแบ่งให้เราอีกทีหนึ่ง แล้วแต่ว่า แต่ละคลิกมีมูลค่าเท่าไหร่
สำหรับตัวอย่างการนำ "Google Adsense" มาไว้ในเว็บนั้นสามารถดูได้จากรูปครับ
เอาละครับ วันนี้คงพอเท่านี้ก่อน... เอาไว้คราวหน้าผมจะมาเขียนเกี่ยวกับการทำโฆษณาเพื่อขายของกันอีกทีหนึ่งครับ ท้ายนี้ผมมีตัวอย่างเช็คเงินสดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นกูรูด้านนี้ และยังเป็นอาจารย์ของผมอีกด้วยมาให้ดูกันว่า “รวยผ่านเน็ต” ที่กูรูท่านนั้นได้ทำการสอนผมมานั้นไม่ใช่เรื่องโกหกครับ