เอไอเอสทดสอบไวแมกซ์ 4 พื้นที่ เตรียมงบ 1.5 พันล้านบาทลงโครงข่าย 76 จังหวัดทั่วประเทศ ย้ำหาก กทช. ให้ใบอนุญาต 3 เดือนพร้อมให้บริการเต็มรูปแบบ เน้นกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป คิดค่าบริการรายเดือน 500 - 600 บาท ตั้งเป้าปีลูกค้าแรก 7 - 8 หมื่นราย
นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า เอไอเอสคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตให้บริการไวแมกซ์จาก คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ภายในปีนี้ จึงได้เตรียมงบประมาณลงทุนเพื่อให้บริการไวแมกซ์ในปีนี้ 1.500 ล้านบาท สำหรับติดตั้งโครงข่ายและอุปกรณ์ทั่วประเทศทั้ง 76 จังหวัด ภายใน 3 เดือน เน้นให้บริการปริมณฑลและต่างจังหวัดเป็นหลัก
โดยคาดว่าจะติดตั้งสถานีฐานประมาณ 350 - 400 แห่ง ให้บริการได้ประมาณ 4000 - 5000 ตารางกิโลเมตร ประสานไปกับการให้บริการ 3จี ในอนาคตที่ต้องเสริมกันไป เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าทั่วไป กลุ่มบ้านจัดสรร ซึ่งมีความต้องการอยู่แล้ว ตั้งเป้าในปีแรกจะมีลูกค้าประมาณ 70,000 - 80,000 รายแน่นอน
ส่วนการคิดค่าบริการนั้น ตามความเหมาะสม จะคิดค่าบริการเป็นรายเดือนประมาณ 500 - 600 บาทต่อเดือน สามารถใช้บริการได้เต็มความเร็วตามระยะทางจากผู้ใช้ถึงสถานีฐาน แต่จะมีการจำกัดปริมาณข้อมูลที่ใช้ในแต่ละเดือน เช่น ใช้ได้ 5 กิกะไบต์ต่อเดือน ถ้าเกินต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพื่อป้องกันกลุ่มนักดาวน์โหลดที่ใช้งานหนักแย่งช่องสัญญาณไปหมด
เอไอเอสต้องการผู้ใช้ปกติทั่วไป ซึ่งถ้ากำหนดที่ 5 กิกะไบต์ต่อเดือน ใช้เพียงพอแน่นอน จุดนี้เอไอเอสต้องชี้แจงให้ชัดเจน ต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นที่มีการกำหนดปริมาณต่อเดือนเช่นกัน แต่ไม่ค่อยเปิดเผยต่อลูกค้า นายสรรค์ชัย กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ขอรับใบอนุญาตทดสอบไวแมกซ์จาก กทช. 14 ราย แบ่งเป็น 12 รายแรกทดสอบตั้งแต่กลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และจะครบกำหนด 90 วันวันที่ 19 เม.ย.นี้ ต้องส่งรายงานให้ กทช. เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์ให้บริการต่อไป ซึ่งคาดว่ากลุ่มผู้ให้บริการหลักจะเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือซึ่งมีสถานีฐานกระจายอยู่ทั่วประเทศอยู่แล้ว สามารถติดตั้งอุปกรณ์ไวแมกซ์ได้ทันที ต่างจากผู้ให้บริการที่ไม่มีโครงข่าย
เบื้องต้นมุ่ง 4 บริการหลัก
นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ ของเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสจะใช้ไวแมกซ์มาช่วยเสริมในหลายส่วน เช่น เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีฐาน, ใช้ทำงานประสานร่วมกับ 3จี เพื่อให้การให้บริการครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น เมื่อมีการเคลื่อนที่ใช้ 3จี แต่ถ้าอยู่กับที่ใช้ไวแมกซ์, ใช้ให้บริการโทรพื้นฐาน บริการคอนเทนต์วิดีโอ และเป็นอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ไร้สาย
พร้อมกันนี้ หลังจากได้รับใบอนุญาตทดสอบบริการไวแมกซ์เชิงพาณิชย์จาก กทช. เอไอเอสได้ทดสอบ ผ่านคลื่นความถี่ 2.3 และ 2.5 กิกะเฮิรตซ์ ใน 4 พื้นที่แตกต่างกัน คือ บริเวณสีลม เขตใจกลางเมืองใหญ่ที่มีอาคารสูง, จังหวัดชลบุรี เขตต่างจังหวัด, ลำลูกกา รังสิต เป็นเขตปริมณฑลชานเมือง และ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เขตต่างจังหวัดห่างไกล ใช้อุปกร์จากผู้ผลิต 2 รายคือ โมโตโรล่า และหัวเว่ย และมีแผนทดสอบเพิ่มอีก 2 ราย คือ เอ็นอีซี และซีเมนส์ ในอนาคต
ตามทฤษฎีของไวแมกซ์แล้ว 1 เสาสัญญาณจะติดตั้งอุปกรณ์ 3 ตัว มีรัศมีการให้บริการ 3 - 10 กิโลเมตร ให้ความเร็วรวมได้ 70 เมกะบิตต่อวินาที
เผยผลทดสอบไวแมกซ์ เหมาะใช้ ตจว.
จากการทดสอบพบว่า ภายในเขตเมืองใหญ่ที่มีอาคารสูงจำนวนมาก ไวแมกซ์มีรัศมีการให้บริการประมาณ 1 กิโลเมตรจากเสาสัญญาณ ความเร็วระหว่าง 1 - 9 เมกะบิตต่อวินาทีต่อผู้ใช้ แต่เป็นพื้นที่ไม่เหมาะจะให้บริการไวแมกซ์ ไม่คุ้มค่าในการลงทุน แต่เอไอเอสก็จะติดตั้งในบางส่วน เพื่อแสดงให้เห็นศักยภาพของเอไอเอสและใช้เป็นระบบสำรองในบางกรณี
ขณะที่การทดสอบในเขตปริมณฑล และเขตเมืองต่างจังหวัด สามารถให้บริการรัศมีประมาณ 4 กิโลเมตร ให้ความเร็วระหว่าง 2 - 9 เมกะบิตต่อวินาทีต่อผู้ใช้ พื้นที่เหมาะสำหรับลงทุนติดตั้งในพื้นที่ที่มีการใช้งาน ถ้าจะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขณะเคลื่อนที่ จำเป็นต้องติดตั้งเสาสัญญาณจำนวนมาก ซึ่งต้องลงทุนมากเกินจำเป็น ถ้าใช้ระบบ 3จี เอชเอสพีเอมาช่วยจะเหมาะสมกว่า
นายสรรค์ชัย กล่าวต่อไปว่า การทดสอบที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก็มีลักษณะใกล้เคียงกับปริมณฑลและเขตในเมือง จึงสรุปได้ว่าเอไอเอสจะเน้นลงทุนในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะที่โครงข่ายสายเอดีเอสแอลเข้าไม่ถึง