เอ็มดีใหม่แอลจี "เครื่องร้อน" อัดงบเพิ่มกว่าร้อยล้านบาท ประกาศดันแบรนด์ แอลจี ติด 1 ใน 3 ตลาดมือถือไทย ชูกลยุทธ์จับพันธมิตรท้องถิ่น ปั้นชอป แอลจี โมบาย ปูพรมตลาดใหม่ต่างจังหวัด พร้อมผนึก บราโว ผลิตอุปกรณ์เสริม เสริมสินค้าครบไลน์ คาดผลักรายได้กลุ่มมือถือเพิ่มเป็น 30%
นายเฮียน วู (ฮาเวิร์ด) ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวภายหลังเข้ารับตำแหน่งใหม่ในไทยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาว่า ปีนี้บริษัทเพิ่มงบการตลาดจาก 200 ล้านบาท
เป็น 350 ล้านบาท โดยจะเน้นสร้างกิจกรรมในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น หลังปีที่ผ่านมาค่อนข้างประสบความสำเร็จในตลาดกรุงเทพฯ ด้วยยอดขายประมาณ 5 แสนเครื่อง
โดยปีนี้ แอลจี จะเน้นจุดขายเรื่องของดีไซน์และเทคโนโลยีที่แตกต่างจากท้องตลาด จากเดิมมุ่งแต่ดีไซน์ และมีแผนเปิดตัวมือถือรุ่นไฮไลต์ทุกไตรมาส ระดับราคาตั้งแต่ 2,000-20,000 บาทขึ้นไป รวมถึงเปิดตัวมือถือซีรีส์ใหม่ๆ เพิ่ม จากที่ผ่านมาประสบความสำเร็จกับการแนะนำสินค้าในซีรีส์ ชอคโกแลต และ ไชน์ ด้วยยอดขายรวมมากกว่า 1 แสนเครื่อง
ล่าสุด เปิดตัวรุ่นเด่นในไตรมาสนี้ คือ เคเอส 20 และ เคเอฟ 600 เน้นความโดดเด่นเรื่องของดีไซน์ และเทคโนโลยีใหม่ เช่น อินเตอร์แอค แพด หรือระบบ 2 จอ ซึ่งออกแบบให้ส่วนปุ่มกดเป็นระบบสัมผัส เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และจะเชื่อมการทำงานร่วมกับจอปกติ
ด้านนายทวีโชค ลลิตศศิวิมล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์มือถือ บริษัทเดียวกัน กล่าวว่า ปีนี้แอลจีตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดให้ได้ 1 ใน 3 ของตลาดรวม สัดส่วน 10% หรือประมาณ 1 ล้านเครื่อง จากปีที่ผ่านมาอยู่อันดับราว 4-5 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 4% ซึ่งคาดว่าจะทำให้ธุรกิจมือถือสร้างรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มจาก 20% เป็นประมาณ 30%
ขณะที่ ตลาดรวมมือถือปีที่ผ่านมา โนเกีย ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ตามมาด้วย ไอ-โมบาย ซัมซุง และโซนี่ อีริคสัน ส่วนแอลจี และโมโตโรล่า มีส่วนแบ่งใกล้เคียงกันในอันดับ 5 ขยายหน้าร้านผ่านพันธมิตรทั่วประเทศ
นายลี กล่าวว่า บริษัทยังมีนโยบายเพิ่มความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศ ซึ่งล่าสุดได้วางแผนขยาย แอลจี โมบาย ชอป จากที่มีเพียงสาขากรุงเทพฯ ให้ครอบคลุมตลาดใหญ่ๆในต่างจังหวัดมากขึ้น
เราจะเป็นคนวางคอนเซปท์ให้พันธมิตรท้องถิ่น เป็นคนบริหารจัดการ ซึ่งจะเน้นสินค้าตั้งแต่กลุ่มโลว์ ทู ไฮ และเพิ่มความครอบคลุมบริการหลังการขายให้มากขึ้น นายลีกล่าว
ส่วนแนวโน้มตลาดมือถือในไทยปีนี้ เขาคาดว่า 70% เป็นตลาดเครื่องที่ 2 และมีราคาระดับกลาง-สูง ดึงผู้ผลิตไทยหนุนสินค้าอุปกรณ์เสริม
นายทวีโชค กล่าวว่า ล่าสุด บริษัทได้จับมือกับผู้ผลิตท้องถิ่น บราโว อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เสริมแบรนด์ คอมมี่ ให้เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เสริม เช่น แบตเตอรี่ และบลูทูธ รองรับการใช้งานกับสินค้าของแอลจีให้มากขึ้น
ที่ผ่านมาบริษัทจะนำเข้าสินค้าเหล่านี้จากเกาหลี ซึ่งไม่ครอบคลุมความต้องการ และมีราคาสูง ซึ่งการมีพันธมิตรท้องถิ่นเข้ามาช่วย ทำให้สินค้าครบไลน์มากขึ้น โดยเราจะเป็นผู้ให้เทคโนโลยี ดูแลการผลิต และขายภายใต้แบรนด์ของพันธมิตร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้ และถ้ายิ่งผลิตมากๆ โอกาสที่ราคาจะถูกลงก็มีมากขึ้น นายทวีโชคกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่า ความร้อนแรงของเฮ้าส์แบรนด์ช่วงนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายต่างกัน นอกจากนี้เชื่อว่า กระแสความนิยมจะมีเพียงระยะสั้นๆ เพราะส่วนใหญ่ไม่มีการทำวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
คนที่มองเฮ้าส์แบรนด์ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเป้าหมายของเรา เพราะเราจะเน้นกลุ่มมิด ทู ไฮ และถ้าเป็นตลาดเปลี่ยนเครื่องแล้ว สินค้าที่จะมองคงเป็นกลุ่มที่มีแบรนด์มากกว่า นายทวีโชคกล่าว