ด้วยยอดขายสินค้าและอุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ ในประเทศไทย มีอัตราการเจริญเติบโตที่สูงขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ 2 ผู้บริหารระดับสูงของเอชพี ต้องบินตรงมาจากอเมริกา เพื่อมาศึกษาสัมผัสตลาดโดยตรง โดยที่ประเทศไทยเรานั้น ก็เป็น 1 ในประเทศแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่เอชพีให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นแล้วทางเอชพีไม่อยากพลาดโอกาสสำคัญนี้ จึงได้เชิญผู้สื่อข่าวไอทีจากกลุ่มต่างๆ มาสัมภาษณ์
Mr. Christoph Schell รองประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์สำหรับคอนซูเมอร์ ฮิวเลตต์-แพคการ์ด เอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น และยังเป็นคนที่ดูแลตลาดบ้านเราโดยตรง ส่วนผู้บริหารอีกท่านหนึ่งก็คือ
Mr. Ron Coughlin รองประธานอาวุโส ฝ่ายการตลาดทั่วโลก กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ ฮิวเลตต์-แพคการ์ด อิงค์ ซึ่งหลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินกลุยทธ์
Print 2.0 กับประโยค
“What Do You Have To Say?” ที่แปลเป็นไทยว่า
“มีอะไรอีก... ที่คุณต้องการ?” ที่อยู่ตามหน้าโฆษณา ผลิตภัณฑ์กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์สำหรับคอนซูเมอร์ กันไปไม่มากก็น้อย ซึ่งทั้ง 2 ท่าน จะมาช่วยไขข้อความเหล่านี้ให้มีความกระจ่างมากยิ่งขึ้น
Christoph Schell Ron Coughlin
Vice President, Asia-Pacific & Japan (APJ) Senior Vice President, WW Marketing
Consumer Go-to-Market Unit (GTMU) Hewlett-Packard Inc
Imaging & Printing Group
Hewlett-Packard Inc
Christoph Schell เกริ่นนำถึงเรื่องที่มาเยือนประเทศไทยในช่วงนี้เพราะว่า เนื่องจากการมาดำเนินกลยุทธ์ Print 2.0 ที่ใช้กันทั่วโลก พร้อมกับการเจริญเติบโตของตลาดพรินเตอร์ในเมืองไทยที่มีสูงถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เอชพีเชื่อว่า ตลาดธุรกิจภาพและการพิมพ์ในบ้านเรานั้น ยังคงเติบโตได้อีกเยอะ จึงให้ความสำคัญต่อตลาดดิจิตอลที่มากขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงตัวเลขการใช้งาน Blog ที่มีการเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด การดาวน์โหลดวิดีโอบน YouTube มาดู หรือแม้แต่ Traffic ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ยังเป็นการแชร์ไฟล์วิดีโอ แบบ Peer to Peer อีกด้วย ซึ่งตัวเลขที่เติบโตเร็วแบบนี้ ทำให้เอชพีเห็นโอกาสที่ชัดเจนมากขึ้น ในการเข้าไปทำตลาดด้วยกลยุทธ์ Print 2.0 นั่นเอง
Ron Coughlin อธิบายต่อถึงภาพรวมด้านการพิมพ์ในตลาดโลก ที่มีอยู่หลายล้านล้านแผ่น โดยที่เอชพีมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ของตลาดพรินเตอร์ทั่วโลก แต่หากนำมาคิดเป็นการพิมพ์งานที่ออกจากพรินเตอร์ของเอชพี จะมีเพียงแค่ 1.6 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการพิมพ์ทั้งหมดทั่วโลกเท่านั้น นั่นหมายความว่า โอกาสทางธุรกิจและการเจริญเติบโตของตลาดการพิมพ์ ที่เอชพีจะรุกไปข้างหน้ายังมีอีกเพียบ และที่สำคัญการพิมพ์งานแบบ Analog หรือที่เราใช้พิมพ์งานหรือถ่ายสำเนานั้นยังมีส่วนแบ่งตลาดถึง 90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ส่วนที่เหลือจะเป็นการพิมพ์งานแบบ Digital นั่นเอง โดยที่ต้นทุนการพิมพ์งานแบบ Digital ในอนาคต จะมีอัตราแนวโน้มลดต่ำลงเรื่อยๆ และที่สำคัญกลยุทธ์ Print 2.0 ที่เน้นให้ผู้ใช้เก็บข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบดิจิตอลนั่น จะทำให้บริษัทของคุณช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ที่เกิดจากกระดาษน้อยลงด้วย ดังนั้นแล้วจึงได้เกิดแคมเปญที่ชื่อว่า “มีอะไรอีก... ที่คุณต้องการ?” ที่เป็นสิ่งสะท้อนออกมาจากกลยุทธ์ Print 2.0 คืออะไรก็ได้ที่ผู้บริโภคต้องการทำบนระบบดิจิตอล ที่เอชพีพร้อมจะตอบสนองสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจริงๆ
Christoph Shell กล่าวต่อถึงเรื่องการบุกตลาดเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทย ให้ประสบความสำเร็จนั่นก็คือ
- อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่า ประเทศไทยนั้น จะมีความกังวลในเรื่องของต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นมากที่สุด ทางเอชพีจึงนำเทคโนโลยีการพิมพ์ใหม่ๆ เข้ามาเจาะตลาดกลุ่มนี้โดยเฉพาะ อย่างเช่น HP Officejet Pro ที่มุ่งเน้นไปที่ตลาดกลุ่ม SMBs หรือจะเป็น HP Edgeline Technology ที่เน้นการพิมพ์ในระดับองค์กร ซึ่งต้นทุนการพิมพ์ที่ต่ำมากๆ
- การให้บริการใหม่ๆ ในร้าน Retail Photo (ร้านบริการรับอัดภาพ) ที่เอชพีจะมีบริการแนะนำลูกค้าให้มีทางเลือกในการพิมพ์ลงวัตถุต่างๆ ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ลงบน แก้ว, เสื้อ, แผ่นพับ, แคตตาล๊อก หรือแม้แต่อัลบั้มภาพ ที่นอกเหนือจากการพิมพ์ภาพเป็นใบๆ ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายใน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ รวมไปถึงตลาดที่พึ่งเปิดใหม่อย่าง สิงคโปร์ ด้วย
- HP Smart Web Printing เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคตามบ้านน่าจะเห็นได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งมีไว้สำหรับการพิมพ์หน้าเว็บเพจให้เต็มหน้า ลดโอกาสในการพิมพ์ข้อมูลบนหน้าเว็บเพจไม่ครบถ้วน หรือขาดๆ เกินๆ ลดโอกาสในการพิมพ์เสียมากยิ่งขึ้น และบริการ Snapfish ที่เป็นบริการการพิมพ์ภาพออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภค สามารถพิมพ์ภาพจากกล้องดิจิตอล ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ แบ่งปันภาพถ่ายกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวทางอินเทอร์เน็ต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ให้เนื้อที่เก็บภาพบนอินเทอร์เน็ตไม่จำกัด และใช้เครื่องมือกับซอฟต์แวร์ปรับแต่งโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
- สุดท้ายจะเป็นระบบการให้บริการแบบครบวงจรที่เรียกว่า Ecosystem ซึ่งเอชพีจะดำเนินนโยบายขายผ่านทางคู่ค้า ที่จะมีข้อตกลงกันในรูปแบบระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยการมีผลประโยชน์และข้อตกลงที่พิเศษกว่าคู่ค้ารายอื่นๆ นั่นเอง
ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จแล้วในตลาดต่างประเทศ ทำให้ผู้บริหารของเอชพีทั้งสองท่านมองว่า ตลาดในประเทศไทย ก็ไม่น่าจะแตกต่างไปจากตลาดต่างประเทศสักเท่าไหร่
และที่สำคัญที่สุดที่
Christoph Shell สรุปเอาไว้ในช่วงท้ายๆ ให้ฟังว่า ประชากรไทยมีอยู่ประมาณ 65 ล้านคน แต่มีเพียงแค่ 10 ล้านคนเท่านั้นที่เป็นลูกค้าของเอชพีจากจำนวนที่ใช้งานจริงประมาณ 40 ล้านคน เอชพียังมีโอกาสเจาะกลุ่มตลาดต่างๆ ได้อีกมากถึง 30 ล้านคน โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด จึงทำให้เอชพียังมีโอกาสขยายตลาดได้อีกมาก
บทสรุปสุดท้ายที่ทาง
Christoph Shell และ Ron Coughlin ช่วยกันสรุปถึงการเจริญเติบโตที่เห็นได้อย่างชัดเจนในบ้านเรา นั่นก็คือ
- ยอดขายกล้องดิจิตอลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปีที่แล้ว มีการจำหน่ายกล้องดิจิตอลไปมากกว่า 900,000 ตัว โดยส่วนใหญ่เป็นกล้องที่มีระดับความละเอียดสูงเกือบทั้งหมด (ตัวเลขการซื้อกล้องระดับความละเอียด 9 ล้านพิกเซลขึ้นไป มีมากที่สุด)
- ตัวเลขการใช้โทรศัพท์มือถือที่บอกได้ว่า มีใช้กันแทบจะทุกคน และโทรศัพท์มือถือมากกว่า 89 เปอร์เซ็นต์ เป็นโทรศัพท์ที่มีกล้องดิจิตอลในตัว นั่นหมายความว่า ตัวเลขการใช้ดิจิตอลคอนเทนต์ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
- ตัวเลขการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นได้เรื่อย หากเทียบกับจำนวนประชากร ที่แม้ว่าในปีหลังๆ ตัวเลขการใช้งานอินเทอร์เน็ตจะไม่ค่อยขยับมากก็ตาม แต่นั่นก็เป็นโอกาสที่เอชพีจะนำแผนการใช้งานผ่านทาง Web-based ได้มากขึ้น
แต่ที่แน่ๆ ครับคือกลยุทธ์
Print 2.0 ของเอชพีนั้น พึ่งจะเป็นการเริ่มต้นใช้กลยุทธ์
Print 2.0 นี้ไปทั่วโลกเมื่อปีก่อนนี้เอง และยังเป็นกลยุทธ์ที่จะใช้กันต่อไปอีก 5 ปีเป็นอย่างน้อย ซึ่งหลังจากนั้นอาจจะได้เห็นกลยุทธ์
Print 3.0 ของเอชพีกันต่อไปในอนาคต ที่จะทำให้เอชพีเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดคอนซูเมอร์ต่อไป ส่วนการศึกษาตลาดและความเป็นไปได้ที่จะดำเนินกลยุทธ์
Print 2.0 แบบครบวงจรในบ้านเรา เหมือนกับตลาดต่างประเทศ จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า น่าจะมีคำตอบเป็นรูปเป็นร่างกันมากขึ้นครับ
มร.รอน คัฟลิน (กลาง) รองประธานอาวุโส ฝ่ายการตลาดทั่วโลก กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ ฮิวเลตต์-แพคการ์ด อิงค์ มร.คริสตอฟ เชลล์ (ขวา) รองประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์สำหรับคอนซูเมอร์ ฮิวเลตต์-แพคการ์ด เอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น และนายสมชัย สูงสว่าง (ซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ และผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด