แม้ว่างาน Thailand ICT Contest Festival 2008 หรือมหกรรมการประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7 จะจบลงไปแล้วนะครับ ทาง Nectec ก็ยังออกบูธกันต่อที่งาน ComWorld 2008 กันต่อเนื่องอีก 1 อาทิตย์ เพื่อที่จะนำผลงานที่พึ่งจะชนะการประกวดแบบสดๆ ร้อนๆ มาแสดงที่บูธ Nectec ต่อเนื่องเลย
เดินมาเยี่ยมเยียนชมบูธ Nectec ที่งาน ComWorld 2008 สักพักหนึ่ง ก็มาพบกับ
คุณเจษฎา จงสุขวรากุล ผู้ซึ่งเป็น นักวิเคราะห์โครงการ 3 ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (Nectec) จึงได้ขอสัมภาษณ์คุณเจษฎา ถึงเรื่องราวความเป็นมาของ การจัดประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ผลงานที่นำมาแสดง รวมไปถึงเป้าหมายในอนาคตของโครงการนี้
PC World: ความเป็นมาเป็นไปของ มหกรรมการประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งแรกจนมาถึงในครั้งนี้?
คุณเจษฎา: โครงการการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย จัดขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2537 ช่วงที่ไอทีกำลังทยอยเข้ามาในบ้านเราพอดี ภายใต้ชื่อ
“โครงการสนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดเล็ก” ซึ่งในช่วงแรกๆ นี้ จะเป็นการให้ทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาโครงการซอฟต์แวร์ในระดับนักเรียน และนักศึกษาเป็นส่วนใหญ่ ก็มีคนสมัครแข่งขันประมาณ 15-20 ทีมในช่วง 3-4 ปีแรก เรื่อยมาจนมาถึงในช่วงปี พ.ศ. 2542 จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบให้กลายมาเป็นเวทีการแข่งขันในระดับประเทศแทน และเปลี่ยนชื่อเป็น
“การแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย (National Software Contest – NSC)” ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมกับได้รับโอกาสให้เข้าเฝ้าอีกด้วย
PC World: แล้วตอนนี้ผลงานที่ส่งเข้ามาประกวดมากน้อยแค่ไหนแล้วครับ?
คุณเจษฎา: มีเพียบเลยครับ ตอนนี้ทาง Nectec ได้สนับสนุนโครงการไปแล้วประมาณ 4,947 โครงการจากข้อเสนอโครงการทั้งสิ้นกว่า 8,678 โครงการ ซึ่งแนวโน้มในปีต่อๆ ไปก็จะมีมากขึ้นกว่านี้แน่นอน เพราะน้องๆ ที่ส่งผลงานเข้ามาประกวดมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย รวมไปถึงศักยภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ก็ดีขึ้นตามลำดับด้วย มีซอฟต์แวร์ที่น่าสนใจมากมาย และบางซอฟต์แวร์ก็สามารถนำไปใช้งานได้จริงด้วย
PC World: น้องๆ ที่สนใจอยากส่งผลงานการประกวด จะมีการแข่งขันประเภทไหนบ้างครับ?
คุณเจษฎา: การแข่งขันก็จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ 12 ประเภท คือ
- ระดับนักศึกษา 5 ประเภท ได้แก่ โปรแกรมเพื่อความบันเทิง, โปรแกรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้, โปรแกรมเพื่อช่วยคนพิการ, โปรแกรมเพื่องานการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และโปรแกรมเพื่อการประยุกต์ใช้งาน
- ระดับนักเรียน 3 ประเภท ได้แก่ โปรแกรมเพื่อความบันเทิง, โปรแกรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และโปรแกรมเพื่อการประยุกต์ใช้งาน
- หัวข้อพิเศษ 4 ประเภท ได้แก่ Web Service Contest, Mobile Application, โปรแกรมส่วนขยายต่อจากโปรแกรมประยุกต์หลัก (Open Source Application Extension) และระดับครู อาจารย์ สื่อบทเรียนสำหรับระบบการเรียนรู้ออนไลน์ ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีหัวข้อพิเศษที่ไม่เหมือนกัน อย่างเช่นในปีก่อนๆ เป็นการแข่งขันซอฟต์แวร์หมากรุกไทย แต่ในปี 2551 นี้จะเป็นหัวข้อ Mobile Application
นอกจากนี้ทาง Nectec ยังร่วมกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ และสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย ส่งผลงานซอฟต์แวร์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเข้าร่วมการประกวดในงาน Asia Pacific ICT Awards (APICTA) ในประเภทนักเรียน และนิสิต นักศึกษา อีกด้วย ซึ่งที่ผ่านๆ มา ประเทศไทยก็สามารถคว้ารางวัลจากเวทีดังกล่างนี้อย่างต่อเนื่องทุกปี
PC World: แล้วผลงานของน้องๆ ที่ชนะการประกวด สามารถนำไปใช้งานจริงได้หรือไม่ และมีการสนับสนุนให้เกิดประโยชน์ที่มากขึ้นกว่าแค่การประกวดอย่างไร?
คุณเจษฎา: ต้องขอเรียนตามตรงว่าทาง Nectec นั้นมีหน้าที่หลักๆ คือ การพัฒนาผลงานด้านไอที และการพัฒนากำลังคนทางด้าน R&D แต่ไม่ได้ถึงขนาดนำซอฟต์แวร์ไปขายจริงๆ ในตลาด เพราะด้านการตลาดและการขาย จะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของ SIPA มากกว่าครับ แต่ทางเราก็จะช่วยเหลือผลักดันน้องๆ ที่ชนะเลิศให้อีกทาง และก็มีน้องๆ ที่ทำขายได้จริงๆ แล้วอยู่ประมาณ 2-3 บริษัท เพราะอย่างที่เรียนไปว่า ภาระกิจหลักๆ ของ Nectec คือการพัฒนาผลงานด้านไอที และการพัฒนากำลังคนทางด้าน R&D มากกว่าด้านการตลาดครับ
สุดท้ายนี้ทางคุณเจษฎา ได้ฝากเอาไว้ว่า หากน้องๆ ที่สนใจเข้าร่วมประกวดโครงการนี้ ก็จะมีหน่วยประสานงานของโครงการระดับภูมิภาคตามภาคต่างๆ ด้วยเช่น
- ภาคเหนือ: ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ภาคใต้: ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- ภาคตะวันออก: ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
- ภาคกลาง: สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
น้องๆ ที่อยู่ในแต่ละภาค และมีความสนใจที่จะส่งโครงการเข้าประกวด ก็ติดต่อได้เลยนะครับ เพราะอยากให้น้องๆ แสดงออกถึงความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน และเป็นไอเดียใหม่ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้อีกด้วย