แค่ได้ยินมาว่า จะมีโน้ตบุ๊ก Acer Ferrari 1100 ส่งเข้ามาให้ทดสอบประสิทธิภาพ ก็รู้สึกตื่นเต้นแล้วครับ เพราะอย่างน้อยๆ ก็คงจะมีเพียงไม่กี่คนในประเทศที่จะได้สัมผัสโน้ตบุ๊ก Ferrari แบบเต็มๆ มือ สัมผัสกับความแรงของเจ้า Ferrari 1100 เครื่องนี้ เหมือนกับผม
ด้วยรูปลักษณ์และดีไซน์ของ
Acer Ferrari 1100 รุ่นนี้ ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีภายใต้ขนาดจอ 12.1 นิ้ว แบบ Widescreen ที่ความละเอียด 1280x1080 พิกเซล ผสานโลโก้ Ferrari ที่ตรงกลางฝาเครื่องและที่วางข้อมือด้านขวา เพิ่มความหรูหรามีระดับให้กับโน้ตบุ๊กซีรีย์นี้เป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเครื่อง ด้วยโครงสร้างวัสดุ Carbon Fiber ที่เห็นเป็นเส้นๆ ได้อย่างชัดเจนที่ฝาเครื่องที่บางคนก็ดีแล้วว่าสวยดี บางคนก็ดูไม่สวยก็มีครับ อันนี้ก็แล้วแต่สวยตา เพราะแต่ละคนก็มองไม่เหมือนกัน
ด้วยความที่เป็นโน้ตบุ๊กขนาด 12.1 นิ้ว ทำให้ตัวเครื่องนั้นเล็กไปสำหรับผม โดยเฉพาะตรงส่วนของแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดที่มีบางปุ่มเล็กเกินไปหน่อย ไม่พอดีนิ้วมือสำหรับผู้ชาย ซึ่งผมมักจะพิมพ์โดนสองปุ่มพร้อมๆ กันตรงนิ้วก้อยฝั่งขวามือครับ แต่จะแจ๋วมากๆ สำหรับผู้หญิง เพราะมีขนาดนิ้วที่เล็กกว่า (ไม่ค่อยมีปัญหากับปุ่มทางฝั่งซ้ายนะครับ เพราะปุ่มจะไม่บีบ) แต่ผมชอบที่ Touchpad มากๆ เลยครับ มันให้ความรู้สึกในการใช้งานที่ดีเยี่ยมจริงๆ ปุ่มคลิ้กซ้ายคลิ้กขวา ให้ความรู้สึกที่แน่นมากๆ ซึ่งด้านข้างของ Touchpad จะมีตัว FingerPrint ตัวสแกนลายนิ้วมือติดตั้งอยู่ ยากที่จะมีการพลาดนำนิ้วมือไปแตะแบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะเป็นจังหวะที่เราต้องยกอุ้งมือมาคล่อมตัวสแกนนิ้วพอดี
Ferrari 1100 เครื่องนี้ทำงานสบายเลยครับ เพราะอัดแรมมาให้เพียบถึง 4 กิกะไบต์ ที่แม้ว่าอาจจะใช้การ์ดจอ ATI Radeon Xpress 1270 ไปแบบเต็มๆ แล้วยังต้องมากินหน่วยความจำเพิ่มเติมจากแรมอีกก็ไม่หวั่น เพราะมันเหลือเฟือจริงๆ โดยจะใช้ชิปประมวลผล
AMD Turion X2 Mobile Technology TL-66 รุ่นที่แรงที่สุดสำหรับโน้ตบุ๊ก ที่ความเร็วระดับ 2.3 กิกะเฮิร์ต ขนาดฮาร์ดดิสก็เยอะครับ ใส่มาให้ถึง 320 กิกะไบต์ ถ้าไม่ได้เก็บหนัง DVD หลายๆ เรื่อง ก็เหลือเฟือ
อยากบอกว่า โน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปของ AMD ตรงที่วางข้อมือจะค่อนข้างร้อนนะครับ (โน้ตบุ๊กที่บ้านก็ใช้ AMD แล้วร้อนเหมือนกัน) เพราะโน้ตบุ๊กรุ่นที่ผมใช้อยู่ที่ออฟฟิศทุกวันนั้น ไม่มีอาการร้อนแต่อย่างใด ทำงานได้สบายๆ ตลอดทั้งวัน ไม่รู้ว่า
Ferrari 1100 เครื่องนี้เล็กไป หรือวางชิปประมวลผลไว้ตรงข้อมือ หรือไม่ก็ออกแบบระบบระบายความร้อนไม่ค่อยดี ต้องมีเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งดังที่กล่าวไปแน่นอนครับ โดยเฉพาะเวลาเสียบไฟ แต่ถ้าใช้แบตเตอรี่จะไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่
ที่นี้ไปดูกันที่คะแนนที่
Windows Vista Ultimate ให้คะแนนกันครับ โดย CPU อยู่ที่ระดับ 4.9 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับสูง แรมก็เช่นกันเป็นคะแนนที่สูงมากๆ ครับถึง 5.9 คะแนนเลยทีเดียว รวมทั้งคะแนนฮาร์ดดิสก์ด้วย ส่วนคะแนนด้านกราฟิกที่ใช้สำหรับ Windows Aero และประสิทธิภาพด้านการเล่นเกมส์หรือทำงานนั้นไม่ค่อยสูงครับ ได้แค่ 3.3 กับ 3.0 เท่านั้น อาจจะเป็นเพราะการ์ดที่ให้มา ใช้หน่วยความจำในการประมวลผลด้วยตัวเองไม่ค่อยสูงมากนัก แม้ว่าจะสามารถยืมแรมของโน้ตบุ๊กมาช่วยประมวลผลได้ก็ตาม แต่วินโดวส์วิสต้าจะมองว่าที่ตัวฮาร์ดแวร์มากกว่า แต่ถ้าหากมองว่า
Ferrari 1100 รุ่นนี้ออกแบบมาให้ใช้งานในแนวธุรกิจ เน้นการพกพาที่มากกว่าใช้งานด้านกราฟิก ก็เป็นเหตุผลที่เข้ากันแล้วครับ ที่ได้คะแนนในส่วนนี้ไม่เยอะ
เมาส์ Ferrari ที่แถมมาให้กับเครื่องนั้น เป็นเมาส์ Bluetooth
ที่ใช้งานได้ยอดเยี่ยมเลยครับ
ลื่นและให้ความรู้สึกในการควบคุมที่ดีเหมือนอยู่หลังพวงมาลัย
การเชื่อมต่อก็ง่ายๆ แค่เปิด Bluetooth และสวิตช์เมาส์ แล้วก็ pair
กับเครื่อง ให้เครื่องเสิร์จหาเมาส์ให้เจอ แล้วก็เชื่อมต่อเลยครับ
แบบไม่ต้องใส่ passkey ทีนี้เครื่องก็จะลงไดร์ฟเวอร์เก็บเอาไว้ในเครื่อง
แต่อาจจะยุ่งยากอยู่บ้างที่จะต้องมาทำการเชื่อมต่อทุกครั้ง
ไม่เหมือนกับการใช้เมาส์แบบ Wireless USB ที่แค่เสียบ USB
เปิดเมาส์ก็ใช้งานได้เลย อย่างมากก็แค่กดปุ่มที่ตัว USB
ปลั๊กกับบนตัวเมาส์เท่านั้น