ไปดูกันที่คุณภาพของภาพที่ถ่ายจาก
Nikon D300 รุ่นนี้ กันต่อเลยครับ ซึ่ง
Nikon D300 ที่ผู้เขียนได้ถ่ายออกมานั้น จะมีขนาด 4288x2848 [L]JPEG Mode ที่มีขนาดไฟล์ภาพประมาณ 5-6 เมกะไบต์ครับ (แต่ผมย่อเหลืออยู่ที่ขนาดประมาณ 1 MB) โดยในเรื่องของ Noise นั้น หากดูกันที่ภาพถ่ายที่ถ่ายจากค่า ISO ที่ต่างกัน 7 ระดับนั้น หากถ่ายกันที่ค่า ISO ต่ำๆ ไล่ไปจนถึง ISO 1600 นั้นก็ทำได้เป็นอย่างดี แต่หากเป็นค่า ISO 3200 ขึ้นไปนั้น จะค่อนข้างมีน๊อยส์มาก แต่ก็ยังน้อยกว่าที่คิดเอาไว้ ซึ่งนั่นหมายความว่า กล้องรุ่นนี้ถูกพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นแน่นอน
ส่วนภาพ Night Shot นั้นกล้องรุ่นนี้จะสามารถลั่นความเร็วชัตเตอร์ได้สูงสุดที่ 30 วินาที แต่ภาพที่เราถ่ายนั้นจะใช้ความเร็วชัตเตอร์อยู่ที่ 13 วินาที F2.8 ที่ ISO 200 ก็ให้ภาพตามที่เห็นเลยครับ ใครจะชอบหรือไม่ชอบก็ไม่ว่ากัน อยู่ที่การตัดสินใจของคุณเอง เพราะภาพ Night Shot นั้นค่อนข้างจะวัดกันลำบากสักนิด ซึ่งหากจะสรุปภาพรวมด้านคุณภาพภาพทั้งหมดของ
Nikon D300 นั้น ก็ให้สีสันที่เป็นธรรมชาติสูง ภาพคมชัดเหมือนกับภาพที่โชว์อยู่บนจอแอลซีดี และผมก็นำภาพถ่ายบางส่วนมาแสดงให้ดูด้วยครับ
ส่วนฟังก์ชันอื่นๆ ที่มีอยู่ใน
Nikon D300 นั้นจะมีโหมด
Liveview ฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพ โดยการมองภาพผ่านหน้าจอ LCD หรือจะเป็น
โหมด Handheld (มือถือกล้อง) ช่วยให้ผู้ใช้มองภาพและจัดองค์ประกอบภาพผ่านจอ LCD และสามารถใช้งานระบบออโต้โฟกัส 51 จุด ซึ่งประกอบด้วยจุดโฟกัสแบบ cross-type 15 จุด
โหมด Tripod (ขาตั้งกล้อง) ระบบออโต้โฟกัสความแม่นยำสูง สำหรับใช้กับงานถ่ายภาพวัตถุหยุดนิ่ง และติดกล้องบนขาตั้งกล้องโดยเฉพาะ โหมดนี้กล้องจะหาระยะโฟกัสจากค่าคอนทราสต์บริเวณจุดโฟกัสที่ต้องการ และยังมี
โหมดRemote View เพื่อดูภาพ, โฟกัสภาพ และถ่ายภาพผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งแบบใช้สาย USB หรือแบบไร้สาย Wi-Fi พร้อมระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์รับภาพในตัวกล้องเพื่อกำจัดฝุ่น ที่เป็นกล้องดิจิตอล SLR รุ่นแรกของ Nikon ที่มีชุดทำความละอาดเซ็นเซอร์ในตัวกล้อง ด้วยหลักการทำงานโดยการใช้คลื่นเสียงที่มีคลื่นความถี่ต่างๆ กัน 4 ระดับ ทำให้ส่วน
optical low pass filter ที่อยู่บนผิวหน้าของเซ็นเซอร์รับภาพเกิดการสั่นสะเทือน เพื่อทำให้ฝุ่นที่เกาะอยู่หลุดออกนั่นเอง เจ๋งจริงๆ
สรุปแล้ว ถ้าหากคุณต้องการใช้
Nikon D300 จริงๆ แล้วละก็ การลองทดสอบเล่นฟีเจอร์กล้องที่มีอยู่ภายใน ให้คุ้นเคยที่สุดเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะกล้องโปรที่มีราคาระดับกลางๆ นี้ ฟังก์ชันที่มีให้คุณใช้งานนั้นมีเพียบ ไม่ว่าจะหมุนกล้องไปทางไหนมุมไหน ก็เจอปุ่มวางไว้ไปทั่วเลยครับ จะมีอยู่ฟังก์ชันหนึ่งที่กล้องตัวนี้ไม่ได้พูดถึงเลยแม้แต่นิดเดียว นั่นก็คือ
Image Stabilization System ระบบป้องกันภาพสั่นไหว ซึ่งจะมีทางแก้อยู่ที่ว่าไปซื้อเลนส์ VR มาใช้แทนฟังก์ชันนี้ได้ ในราคาประมาณหมื่นปลายๆ และไม่มีระบบ tilt และ swivel บนหน้าจอแอลซีดีโดยอัตโนมัติ ที่จะช่วยให้คุณใช้งานได้ง่ายกว่าหากมีโหมดนี้ เลยอาจจะทำให้กล้องตัวนี้เป็นสิ่งที่ขาดหายไปนั่นเอง แต่อื่นๆ แล้วอยู่กันครบครับ ส่วนใครที่ต้องการ
Nikon D300 รุ่นนี้ ก็ลองไปหาตามร้านจำหน่ายกล้องได้เลยนะครับ ส่วนราคานั้นก็ต้องเช็กกันให้ดีๆ ว่ามีรวมอะไร แถมอะไรบ้างครับ เดี๋ยวจะโวยวายทีหลังไม่ได้นะครับ คุณสามารถอ่านรายละเอียดสเปกสินค้าทั้งหมดได้
ที่นี่ี่
Nikon D300 จำหน่ายอยู่ที่ราคาประมาณ 60,000-70,000 บาท ขึ้นอยู่กับซื้อเฉพาะบอดี้ โปรโมชัน ของแถม และประกันศูนย์
ที่มา: www.photographyblog.com/reviews_nikon_d300.php โดย Gavin Stoker
อ่านรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.nikon.com