การปรับแต่ง Windows Power
ผมได้ลองตั้งให้ Windows เข้าสู่โหมด standby หลังจากที่ไม่ได้ใช้งานนานต่อเนื่องถึง 30 นาที หรือ หนึ่งชั่วโมง ซึ่งมันก็เป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะกับการใช้งานของผม คือไม่บ่อยไม่ห่างเกินไป ผมแนะนำให้คุณ เปิด Power Options ที่ Control Panel เพื่อเข้าไปตั้งค่าปุ่ม Power ในระบบ ให้เป็นการเลือกให้ใช้โหมด Standby หรือ Sleep แทนการปิดเครื่อง ซึ่งหากคุณใช้วินโดวส์เอ็กซ์พี ให้เลือกแท๊ป Advanced จากนั้นคลิ้กที่ When I press the power button on my computer หรือในวิสต้าให้คลิ้กที่ Change when the computer sleeps or Change plan settings ในกรอบหน้าต่างที่ให้เราเปลี่ยนคำสั่งต่างๆ ให้คุณเลือกช่วงความนานของเวลา ที่ไม่ได้ใช้งานก่อนที่จะทำการปิดจอ และเปลี่ยนไปใช้โหมด Sleep จากนั้นให้เลือก Change advanced power setting แล้วคลิ้กที่เครื่องหมายบวกที่อยู่ติดกับปุ่ม Power button and lid ให้คลิ้กเลือก Option เพื่อให้เมนูแสดงผลที่ซ่อนเอาไว้ออกมา แล้วเลือก Sleep ที่เมนูนั้น
คุณเองสามารถเลือกใช้ โหมด Sleep ในวินโดวส์เองได้ โดยเลือกที่ Start-TurnOff Computer-Standby ส่วนในวิสต้าให้เลือกที่ปุ่ม Start แล้วเลือกลูกศรมุมขวาล่างของเมนู Start แล้วเลือก Sleep (ใน Vista มีการติดตั้งไว้แล้วที่ Standby) และหากคุณต้องการกลับมาใช้งานใหม่ ให้กดปุ่ม Power หรือ ปุ่มไหนก็ได้บน keyboard หรือแค่ขยับ Mouse เท่านั้นก็ใช้งานได้แล้วครับ
ประหยัดมากประหยัดน้อยเลือกเอาเอง
การที่จะประหยัดไฟหรือไม่ประหยัดไฟนั้น จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ว่า จะจ่ายอยู่ที่เท่าไหร่ต่อวัตต์ในขณะใช้งาน และการที่เราประหยัดไปได้กี่วัตต์ในโหมดที่ไม่ได้ใช้งาน ถ้าเทียบตามมาตรฐานของ United States Energy Information Administration ที่วัดผลกันเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จะอยู่ที่ 360 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ครับ
คราวนี้ถ้าเราเปิดเครื่องไว้ตลอดเวลา แต่ใช้งานเพียงแค่สิบชั่วโมงต่อวัน ห้าวันต่อสัปดาห์ แล้วเปิดใช้ Screensaver ในตอนที่เราไม่ได้ใช้งาน ก็เท่ากับว่าเครื่องถูกใช้งานประมาณ 2,600 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งโดยการเฉลี่ยการใช้งานปกติจะกินไฟประมาณ 250 วัตต์ต่อปี แต่หากเราเปิดโหมดการใช้แบบนี้ การใช้พลังงานจะลดลงเหลือเพียง 225 วัตต์ของ 6,160 ชั่วโมงต่อปี ที่เราเปิดเครื่องไว้แต่เราไม่ได้ใช้งาน ซึ่งจะเป็นค่าจ่ายถึง 7,500 บาทต่อปี แต่ถ้าเราปรับให้ประหยัดไฟมันจะกินไฟเหลือเพียงแค่ 2,600 บาท ต่อปี ซึ่งเท่ากับ ประหยัดได้ถึง 4,900 บาทต่อปีทีเดียว
ซึ่งแน่นอนว่า ในแต่ละเครื่องก็สามารถประหยัดไฟได้แตกต่างกัน แต่ตัวเลขก็จะยิ่งเป็นที่น่าสนใจมากสำหรับเครื่อง High End ที่กินไฟเยอะอยู่แล้ว แค่การเปลี่ยนจากระดับ S1 ให้เป็น S3 เพียงเท่านี้ก็สามารถประหยัดได้เท่ากับ เราสั่ง Shut Down เครื่องเลยครับ