นั่งโง่ พลิกกล่องหาชื่อรุ่นอยู่ตั้งนานครับ ว่าเจ้าเครื่องเล่น Creative Zen รุ่นนี้มันชื่อย่อยชื่ออะไร หาไม่เจอสักที เลยเข้าเว็บไปหา สรุปได้ชื่อเรียกสั้นๆ ว่า Creative Zen ครับ ไม่มีอะไรต่อท้ายเลย อุตส่าห์นั่งงงหาตั้งนาน
ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมผมถึงงง เพราะผมจำได้ทุกครั้งเลยครับว่า ถ้าเป็นเครื่องเล่นของ Creative ทุกรุ่นที่เป็นรุ่น Zen ต้องมีคำต่อท้าย ไม่ว่าจะเป็น Zen Stone, Zen Neeon หรือ Zen Vision เป็นต้น แต่เจ้ากรรม เครื่องเล่นไฟล์เพลงและวิดีโอรุ่นใหม่ล่าสุดที่ผมได้รับมานี้ ดันชื่อ
Creative Zen เฉยๆ เลยครับ
Creative Zen รุ่นนี้มาพร้อมกับตัวเครื่องสีดำทะมึน ด้วยขนาดที่เล็กกว่าบัตรเครดิตเล็กน้อย วางลงบนฝ่ามือได้สบายๆ ด้วยขนาดที่หนาเพียงแค่ 11.3 เซนติเมตรเท่านั้น น้ำหนักเพียงแค่ 65 กรัม เบามากๆ จึงเป็นหนึ่งในเครื่องเล่นขนาดพกพาที่มีน้ำหนักเบาที่สุด ที่มีความจุสูงสุดถึง 16 กิกะไบต์ แต่รุ่นที่เราได้รับมาทดสอบนั้น จะเป็นรุ่น 4 กิกะไบต์ครับ โดยจะมีรุ่น 8 กิกะไบต์อีก 1 รุ่น และที่สำคัญหากหน่วยความจำขนาด 16 กิกะไบต์ยังไม่พอ คุณสามารถใช้ SD หรือ SDHC Card เสียบที่ตัวเครื่อง เพื่อเพิ่มขนาดความจุได้อีกด้วย เจ๋งมากๆ เลยครับ
Creative Zen ใช้จอ TFT กว้างขนาด 2.5 นิ้วที่มีสีสันถึง 16.7 ล้านสี ช่วยให้ภาพมีความคมชัดและแสดงสีสันได้ถูกต้องแม่นยำ ด้วยการสนับสนุนไฟล์เพลงในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น MP3, WMA หรือ AAC (.m4a) ที่ไม่ได้มีการป้องกันเอาไว้หากคุณโหลดเพลงมาจาก iTunes Plus ซึ่งนอกเหนือจากที่กล่าวไป คุณยังสามารถดาวน์โหลดภาพพื้นหลังที่คุณชื่นชอบ มาแสดงบนเครื่องได้อีกด้วย และยังสามารถทำงานสองอย่างได้พร้อมกัน เช่น ในขณะที่กำลังฟังเพลงอยู่ เราก็สามารถเปิดดูไฟล์ภาพที่อยู่ในเครื่องได้ด้วยครับ
ผลการทดสอบการโยนไฟล์เพลงขนาด 1 กิกะไบต์ลงใน
Creative Zen ขนาด 4 กิกะไบต์รุ่นนี้ ใช้เวลาไป
7 นาที 58 วินาที หรือประมาณ 8 นาทีเท่านั้นครับ ส่วนการลบไฟล์ใช้เวลา
1 นาที 27 วินาที และเสียงเพลงที่ฟังออกมาจากหูฟังที่แถมมาให้กับเครื่องนั้น ก็เหมือนกับหูฟังเดิมๆ ที่ Creative แถมให้กับเครื่องเล่น MP3 รุ่นอื่นๆ ครับ ใช้ได้ดีในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเพลงหนักๆ เพราะเสียงจะดังมาก เปิด Volume เบาๆ เสียงก็ดังแล้วครับ โดยสามารถปรับตังค่า EQ ให้เหมาะสมกับเพลงที่คุณฟัง ได้ถึง 8 รูปแบบ ส่วนการปรับเปลี่ยนไปใช้หูฟัง Sennheiser MX400 จะให้พลังเสียงที่นุ่มขึ้น เหมาะกับเพลงที่เน้นคนร้องเพลง หรือเพลงที่เน้นความใสของเครื่องดนตรีมากกว่า หูฟังที่แถมมาให้ครับ
ส่วนการดูไฟล์วิดีโอนั้นจะสนับสนุนไฟล์ MJPEG, WMV9, MPEG4-SP, DivX 4/5 และ XviD ครับ แค่คุณใส่ไฟล์หนังที่คุณต้องการ ให้ตรงตามฟอร์แมตที่บอกไป เปิดเครื่องเล่นไฟล์ กด Play ก็เข้าสู่โลกภาพยนตร์ส่วนตัวได้ทันที ที่ให้คุณภาพจอโดยเฉพาะสีสันนั้นชัดเจนมากครับ แม้ว่าหน้าจอจะเล็กไปสักหน่อยสำหรับการดูหนัง แต่ก็เอาไว้ดูแก้เบื่อได้สบายๆ ระบบเสียงก็ทำได้เป็นอย่างดี แยกเสียงที่เป็นองค์ประกอบของหนัง ซ้ายและขาวได้ชัดเจน รวมทั้งฟังก์ชันการดูไฟล์ภาพ ในรูปแบบฟอร์แมต JPEG (BMP/GIF/PNG/TIFF) ได้ และสามารถชาร์ตไฟได้ในขณะที่เราซิงค์
Creative Zen ตัวนี้กับคอมพิวเตอร์
ส่วนฟังก์ชันการใช้งานอื่นๆ ก็จะมี FM Radio ที่บันทึกได้ถึง 32 ช่อง, การบันทึกเสียงส่วนตัว, พร้อมเว็บไซต์ Zencast ที่เอาไว้สำหรับดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอและเพลงแบบฟรีๆ อีกด้วย แถมยังสามารถซิงค์กับ Microsoft Outlook เพื่อสร้างและจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญต่างๆ ได้ และยังเป็นนาฬิกาปลุกให้กับคุณอีกด้วย เรียกได้ว่า เจ้า
Creative Zen รุ่นนี้ทำงานได้ครบเครื่องจริงๆ โดยมีระยะเวลาการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 25 ชั่วโมงสำหรับฟังเพลง และ 5 ชั่วโมงสำหรับดูวิดีโอ
ในกล่องจะมี
Creative Zen ตามขนาดที่คุณเลือกซื้อ, หูฟัง 1 เส้น, สาย USB 2.0, คู่มือแนะนำการใช้งาน และแผ่นซีดีสำหรับติดตั้ง (ที่มี Creative Media Explorer Software และ ZENcast Organizer) รวมทั้งคุณสามารถหาอุปกรณ์เสริมอย่างพวก ซองหนัง, ซองซิลิโคน หรือสายรัดแขน ได้อีกด้วย คุณสามารถอ่านสเปก
Creative Zen รุ่นนี้ได้
ที่นี่ ครับ
Creative Zen ขนาด 4 กิกะไบต์ จำหน่ายอยู่ที่ราคา 6,990 บาท ขนาด 8 กิกะไบต์อยู่ที่ 9,990 บาท ส่วนขนาด 16 กิกะไบต์นั้น ยังไม่มีราคากำหนดออกมาครับ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.creative.com ครับ