เอชทีซี เดินหน้ารุกตลาดพีดีเอโฟนไทยเต็มสูบ หลังจดทะเบียนเป็นบริษัทด้วยทุน 100 ล้านบาท เปิดเกมชิงส่วนแบ่งตลาดมือถือ เปิดตัวพีดีเอโฟนราคาต่ำ 12,900 บาท พร้อมขยายช่องทางสู่ร้านขายมือถือมากขึ้น ตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 1 พันเครื่อง คาดตลาดพีดีเอโฟนสิ้นปีนี้โตแตะ 170,000 เครื่อง
"เอชทีซี"เปิดเกมชิงส่วนแบ่งตลาดมือถือ
เอชทีซี เดินหน้ารุกตลาดพีดีเอโฟนไทยเต็มสูบ หลังจดทะเบียนเป็นบริษัทด้วยทุน 100 ล้านบาท เปิดเกมชิงส่วนแบ่งตลาดมือถือ เปิดตัวพีดีเอโฟนราคาต่ำ 12,900 บาท พร้อมขยายช่องทางสู่ร้านขายมือถือมากขึ้น ตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 1 พันเครื่อง คาดตลาดพีดีเอโฟนสิ้นปีนี้โตแตะ 170,000 เครื่อง
นายณัฐวัชร์ วรนพกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทเอช ที ซี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ตั้งบริษัทจดทะเบียนในไทยเป็นที่เรียบร้อย หลังเปลี่ยนแบรนด์จากดูพอดมาเป็นเอชทีซี
นายณัฐวัชร์ วรนพกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทเอช ที ซี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ตั้งบริษัทจดทะเบียนในไทยเป็นที่เรียบร้อย หลังเปลี่ยนแบรนด์จากดูพอดมาเป็นเอชทีซี
ล่าสุดรุกเปิดตัวพีดีเอโฟนรุ่นใหม่พี 3400 (P3400) ราคา 12,900 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ถือเป็นราคาถูกที่สุดในตลาดพีดีเอโฟนรุ่นใหม่ เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือระดับราคา 10,000-15,000 บาท ซึ่งปัจจุบันเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ในตลาด
ผู้บริหารเอชทีซี ประเทศไทย บอกว่า ปัจจุบันตลาดมือถือโดยภาพรวมมีประมาณ 650,000-680,000 เครื่อง ในจำนวนนี้กว่า 25% หรือประมาณ 100,000 กว่าตัว เป็นมือถือระดับราคา 10,000-15,000 บาท เอชทีซีตั้งเป้ามีส่วนแบ่งมือถือกลุ่มนี้ราว 10% หรือประมาณ 2-3 หมื่นตัว
ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าสำคัญจะเป็นกลุ่มที่กำลังตัดสินใจซื้อมือถือระดับราคาหมื่นต้นๆ โดยจะหันมาพิจารณาพีดีเอโฟนรุ่นนี้ เพราะมีฟังก์ชั่นที่เหนือกว่ามือถือระดับราคาเดียวกัน
เขา บอกว่า พีดีเอโฟนรุ่นดังกล่าว เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดใน 2 ประเทศหลักที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ คือ จีน และอินเดีย โดยเฉพาะอินเดียมียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนราว 20,000 เครื่อง ขณะที่จีนมียอดขายมากกว่า 2 เท่า ส่วนประเทศที่เปิดตัวพร้อมกับไทย คือ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งคาดว่าจะมียอดขายที่สูงไม่แพ้อินเดีย และจีน
โดยจะขายผ่านร้านขายโทรศัพท์มือถือเพิ่มมากขึ้น โดยที่ผ่านมาลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่ซื้อพีดีเอโฟน เป็นลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ยังไม่เคยใช้พีดีโอเลย มีมากถึง 40% เป็นลูกค้าที่ใช้มือถือมาก่อน แต่ต้องการคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นเหนือมือถือ
ขณะเดียวกัน เอชทีซี ยังเตรียมเปิดศูนย์บริการแห่งแรกชื่อว่า "เอชทีซี แคร์" โดยจะเป็นทั้งศูนย์ให้บริการหลังการขาย และเป็นอีกหนึ่งช่องทางจำหน่าย ที่ห้างไอที มอลล์ ฟอร์จูนเป็นแห่งแรก และจะเปิดอีกแห่งที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วย
ปัจจุบัน เอชทีซีเปิดตัวพีดีเอโฟนไปทั้งหมด 4 รุ่น รุ่นที่ขายดีที่สุดยังคงเป็นรุ่นเอชทีซี ทัช โดยมีมูลค่าตลาดโลกราว 800,000 เครื่อง ในไทยมียอดขายราว 20,000 เครื่อง ส่วนแบรนด์ดูพอดเดิมยังมีเหลืออยู่ในตลาดบ้าง แต่ก็จะถูกแทนที่ด้วยเอชทีซีรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง"
นายณัฐวัชร์ บอกด้วยว่า ตลาดรวมพีดีเอโฟนปีนี้มูลค่าตลาดอยู่ที่ 170,000 เครื่อง จากปี 49 ที่มีมูลค่ารวม 130,000 เครื่อง เป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมองว่าแนวโน้มของพีดีเอโฟนปีหน้า จะแข่งขันกันที่ดีไซน์ เป็นแฟชั่นพีดีเอโฟนมากขึ้น รวมถึงฟังก์ชั่นจีพีเอส ที่จะมีความน่าสนใจ และเป็นคุณสมบัติหลักที่แข่งขันกันในตลาด