LOGIN | Member Register | Save to Home | Feed Zone    
Kingston DataTraveler 101 Limi
วันนี้มีแฟลชไดรฟ์ 2 รุ่น 2 สไตล์มาทดสอบกันครับกับ Kingston DataTraveler 101 Limited Edition แฟลชไดรฟ
HP Laserjet P1505 ตัวจริง เรื่
P1505 เลเซอร์พรินเตอร์ขนาดเล็กกะทัดรัด รุ่นใหม่ล่าสุดจาก HP ที่ถูกออกแบบมา ให้เหมาะกับการใช้งานในออฟ
รีวิว Nikon D300 ครบเครื่องเรื
Nikon D300 กล้องที่รวมเอาสุดยอดเทคโนโลยีชั้นสูง มาใส่ไว้ตัวกล้อง เพื่อให้การตอบสนองการทำงานรวดเร็วฉั
  Home News Reviews Blog Downloads Webboard Gallery PriceCheckTM DigiMagTM
Search
 
 
 
โดดเดี่ยวเที่ยวเซี่ยงไฮ้
[ KobNoi IT - 16.10.2550 20:19 ]
เพราะการวางแผนดูงาน Ce-Bit Asia ที่ผิดพลาด ทำให้ผมมีเวลาว่างอยู่ในเซี่ยงไฮ้มากกว่าที่ตั้งใจได้ถึง 1 วันเต็มๆ ดังนั้น บทความใน Blog นี้ ก็คงเป็นเรื่องของการเที่ยวในเซี่ยงไฮ้เท่านั้นครับ


ครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์หนึ่งที่มีค่ามากๆ สำหรับการเดินทางออกต่างประเทศโดยลำพังแบบไปคนเดียว ไปเอง ไม่พึ่งพาทัวร์ สำหรับการไปเที่ยวหรือไปทำอะไรก็ตามแต่ที่ประเทศจีนนั้น ผมคิดว่าภาษาจีน เป็นเรื่องหนึ่งสำคัญมากๆ ทีเดียว เพราะคนจีนส่วนใหญ่ พูดอังกฤษไม่ได้ครับ และข้อความหรือเนื้อหาต่างๆ ส่วนมากก็เป็นภาษาจีน ก็เลยยิ่งกลายเป็นปัญหาเข้าไปอีก เพราะเราจะอ่าน หรือดูข้อมูลเอง ก็ไม่สามารถทำได้ หากไม่รู้ภาษาจีน...โอ้ว ยากจริงๆ แต่สุดท้ายผมก็ผ่านมาได้แล้วครับ ผ่านมาแบบอดๆ อยากๆ เป็นบางมื้อ เพราะอาศัยขนมปังแทนข้าว (เนื่องจากซื้อง่ายกว่ามากๆ) บางคนอาจจะบอกว่า ก็ใช้นิ้วชี้ๆ เอาก็ได้... ถูกครับ บางร้านชี้เอาได้ครับ โดยเฉพาะหากเขามีรูป แต่บางที่ ชี้ยากครับ เพราะมันเป็นวัตถุดิบ ชี้ผิดชี้ถูก เดี๋ยวก็ได้กินของแปลกนะครับ ขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าภาษาอังกฤษผมก็ไม่ได้เก่งกาจแข็งแรงอะไรมากนัก แต่คิดว่าน่าจะพอสื่อสารได้ ก็เลยกล้าที่จะลุยไปคนเดียว (ที่จริงชวนคนที่บ้านไปด้วยครับ แต่ไม่ยอมไป เพราะอาการเบื่องานคอมพ์)  :-)

เซี่ยงไฮ้เองนั้น โดยส่วนตัวผมคิดว่าตัวเมืองไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนักครับ การเดินทางก็น่าจะสะดวก เพราะมีรถไฟฟ้าถึง 5 สายด้วยกัน หรือจะเลือกใช้บริการแท็กซี่ก็สะดวก เพียงส่งสถานที่ที่เราจะไปเป็นภาษาจีนให้เขาดู ส่วนรถเมล์นั้นก็มีเยอะครับ แต่ไม่มีภาษาอังกฤษ ต้องเดาหรือนับป้ายกันเอาเอง เพราะเขาจอดทุกป้าย ไม่ต้องกดปุ่มเหมือนบ้านเรา ระบบการเดินทางที่ว่ามานั้น ผมลองมาหมดแล้วครับ ยกเว้นรถราง ซึ่งเห็นมีวิ่งอยู่บ้างในบริเวณตัวเมืองเก่า (จำไม่ได้ว่าเขาเรียกอะไรครับ ขออภัยด้วย)

สำหรับคนไทยอย่างเราๆ หากไปเที่ยวหรือไปทำธุระที่เซี่ยงไฮ้ ไม่ได้ไปลงหลักปักฐาน ผมคิดว่าแท็กซี่ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ เพราะจากการลองนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินของเซี่ยงไฮ้มาครั้งนึงนั้น ขอบอกว่าเข็ดครับ เพราะพฤติกรรมของคนไทยเราต่างกับของคนจีนส่วนใหญ่ (ซึ่งเป็นกลุ่มคนชั้นแรงงาน) เพราะอย่างเราคงไม่พยายามดันคนอื่นๆ ขึ้นรถในขณะที่รถแน่นแล้ว แต่สำหรับคนจีนส่วนใหญ่ไม่ใช่ครับ เขาไม่สนใจว่าจะแน่นแค่ไหน ยังไงๆ ฉันก็จะเข้าไป ขอบอกว่าปลากระป๋องยังอายครับ เพราะปลาในกระป๋องแม้แออัดแต่ก็ไม่ยัดเยียด นี่ดันกันจนไม่ต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเองเลยครับ ลองคิดภาพตามก็แล้วกันนะ...ดังนั้น ผมสรุปว่าแท๊กซี่ เป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ และหากคุณมีโอกาสไปเซี่ยงไฮ้และอยากลองเป็นยิ่งกว่าปลากระป๋อง ขอแนะนำให้ใช้รถไฟใต้ดินในช่วงเวลาเร่งด่วนครับ รับรองไม่ผิดหวัง.. ฮ่า ๆๆๆ

สำหรับอากาศของเซี่ยงไฮ้ช่วงกลางๆ เดือนตุลาคมนี่ ถือว่าดีครับ เพราะไม่ร้อนและไม่เย็นจนเกินไป ก่อนเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ ผมยังกลัวเรื่องของฝนตกคราบ เพราะเพิ่งมีไต้ฝุ่นพัดผ่าน แต่ดีมากๆ ที่ช่วงเวลาที่อยู่เซี่ยงไฮ้ ไม่มีฝนตกมากวนใจ

เพราะผลพวงจากงาน Ce-Bit Asia ที่เล็กมากๆ เลยทำให้ผมมีเวลาว่างเหลือเฟือที่จะไปเที่ยวในเซี่ยงไฮ้อย่างคนที่ยังไม่รู้จริง อาศัยแผนที่นำทางกับการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตจากผู้ที่เขียนถึงเซี่ยงไฮ้เพื่อให้ได้ชื่อสถานที่...แต่อย่างผม คงไม่ไปในสถานที่อย่างพวกที่เป็นศูนย์การค้านะครับ เพราะผมไม่รู้จะซื้ออะไร ก็เลยเลือกที่อื่นๆ ที่คนนิยมไปกัน ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับ นิยมไปกันจริงๆ แถมเป็นช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย คนเพียบเลยครับ ทั้งหัวดำ หัวทอง หัวแดง ส่วนผมเองนั้นหัวเริ่มเป็นสีเทาแล้ว  :-)

ผมเริ่มต้นการทัวร์ของผมในเซี่ยงไฮ้ที่ City God Temple ครับ ซึ่งเป็นสถานที่หนึ่งที่มีคนไปเที่ยวกันเยอะ เพราะอยู่ในละแวกเดียวกับสวน Yu Yuan ที่มีชื่อเสียงของเซี่ยงไฮ้

ที่เซี่ยงไฮ้นี่ จะเข้าไปไหว้เจ้าก็ต้องเสียเงินครับ คนละ 10 หยวน ด้านในก็คล้ายๆ กับศาลเจ้าจีนบ้านเราแหละครับ ไม่ต่างกันมากนัก เพราะลักษณะการก่อนสร้างศาลเจ้าจีนในบ้านเราก็ได้มาจากเมืองจีนอยู่แล้ว เพียงแค่บ้านเราจะเน้นสีออกแดงๆ แต่ที่นี่จะออกโทนน้ำตลาด-เทาครับ และรูปปั้นเทพเจ้าก็องค์ใหญ่มากๆๆๆๆ  สถานที่นี่ คุณ Chip แกเคยเขียนไว้แล้วครับตอนที่มางานของ HP

ส่วนที่ต่อกับศาลเจ้าก็คือส่วนของสวน Yu Yuan ครับ สำหรับในส่วนของสวน Yu Yuan นี้ก็เป็นที่อยู่อาศัยของขุนนางจีนครับ ภายในก็จะมีสวนซึ่งส่วนมากเป็นสวนหิน มีบ่อน้ำ เรือนรับรอง สถานที่ชมการแสดง เป็นสถานที่ที่มีความกว้างขวางทีเดียว แต่ถ้าถามผม หลังจากเข้าไปเดินดูสักพัก ก็ต้องบอกว่า งั้นๆ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเราคุ้นเคยกับบรรยากาศ หรือลักษณะของการตกแต่งแบบนี้อยู่แล้ว ...นี่เป็นความคิดส่วนตัวของผมนะครับ ผมว่าไปเดินดูพระตำหนักดอยตุงยังสวยกว่า...อ้าว ไม่ว่าเขาซะงั้น  อ้อ ค่าเข้าสวน Yu Yuan นี่ก็ 40 หยวนนะครับ

จุดเด่นของสวนนี้ก็คือ บริเวณสะพานที่เขาเรียกกันว่าสะพานซิกแซกครับ เพราะเป็นสะพานที่มีมุมหักไปมาถึง 9 มุมด้วยกัน แต่ผมว่าสิ่งที่ทำให้ผมสนใจในย่านนี้ ไม่ใช่ลักษณะของสวนครับ แต่เป็นของว่าง หรือของกินเล่นมากกว่า เพราะมีให้เลือกให้ลองมากมาย และบางอย่างก็เป็นของว่างจากต่างท้องถิ่นที่รวมมาขายที่นี่ครับ และที่สำคัญ ผมคิดว่าอาหารใส่ท้องไม่ยากครับ เนื่องจากเป็นจุดท่องเที่ยว ดังนั้นจะมีทั้งรูป และภาษาอังกฤษให้ดู

จากสวน Yu Yuan ผมไปต่อที่ Xin Tian Di ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่เท่าไหร่ เดินทางอึดใจหนึ่งก็ถึง

สำหรับที่ Xin Tian Di นี่ เป็นที่ที่ให้คุณได้ดูอาคารบ้านเรือนในสไตล์เซี่ยงไฮ้ ที่มีการผสมผสานระหว่างอารยธรรมตะวันออกและตะวันตกครับ เพราะในยุคหนึ่ง ชนชาติตะวันตกเคยมีอำนาจปกครองในประเทศจีน และโดยเฉพาะเซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญของจีน ทำให้มีการก่อสร้างสอ่งก่อนสร้างต่างๆ มากมายที่เป็นแนวทางของตะวันออก ซึ่งในเซี่ยงไฮ้นี้ คุณสามารถที่จะพบเห็นอาคาร บ้านเรือนหรือสิ่งก่อนสร้างในสไตล์ตะวันตกได้ไม่ยากนัก ที่ Xin Tian Di ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยอาคารในละแวกนี้ จะมีการก่อสร้างด้วยก้อนอิฐ แต่มีความแตกต่างกับของบ้านเราครับ เพราะอิฐของเขานั้น สีเทาดำ แต่บ้านเราเน้นสีน้ำตาลแดงของดินเหนียว และที่ Xin Tian Di ได้รับความนิยมก็เพราะส่วนหนึ่ง เป็นสถานที่ที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และผับตั้งอยู่ครับ ทำให้นักท่องเที่ยวหรือแม้กระทั่งชาวเซี่ยงไฮ้เอง ก็นิยมมาที่นี่ เพื่อนั่งดืมกาแฟ จิบเบียร์ พูดคุยเรื่องราวต่างๆ

นอกจากรูปแบบของอาคารบ้านเรือนบางส่วนที่ ผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออกแล้ว สิ่งก่อสร้างใหญ่ในสไตล์ตะวันตกที่หลงเหลืออยู่ในเซี่ยงก็คือ กลุ่มอาคารบริเวณที่เรียกว่า The Bund ซึ่งเป็นอาคารสไตล์ตะวันตกครับ โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นที่ตั้งของธนาคารจากนานาประเทศ และธนาคารกรุงเทพก็เป็นหนึ่งในธนาคารที่ตั้งอยู่ที่นี่ครับ

ผมไม่มีโอกาสไปที่ The Bund ในเวลากลางวันครับ แต่มีโอกาสไปในเวลากลางคืน ซึ่งผมยอมรับครับ เป็นจุดที่สวยงามมากจริงๆ เพราะบริเวณนี้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Huang Pu ซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่ที่แบบเซี่ยงไฮ้ออกเป็น 2 ส่วน เรียกว่า Pu Xi และ Pu Dong เหมือนกับแม้น้ำเจ้าพระยาแบ่งกรุงเทพออกเป็น 2 ส่วนคือฝั่งกรุงเทพฯ และฝั่งธนบุรีนั่นแหละครับ ส่วนที่ The Bund ตอนกลางวันนั้น ผมมองจากหอไข่มุกที่ฝั่งตรงข้ามในวันรุ่งขึ้นแล้ว คิดว่า ยังไงวิวก็ไม่น่าจะสวยเท่าเวลากลางคืนแน่นอน

ที่ The Bund ตอนกลางคืนนั้น คราคร่ำไปด้วยฝูงชนครับ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่า การมาชมวิวที่ The Bund ให้ดีที่สุดต้องมาในตอนกลางคืนครับ เพราะมองจาก The Bund ไปฝั่ง Pu Dong นั้น จะเห็นอาคารทันสมัยซึ่งเปิดไฟในสีสันต่างๆ อย่างสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Oriental Pearl Tower หรือหอไข่มุกที่มีชื่อเสียงของเซี่ยงไฮ้ครับ ส่วนอีกด้านหนึ่งในฝั่ง Pu Xi อันเป็นที่ตั้งของอาคารสไตล์ตะวันตกนั้น ก็ดูสวยงามไปด้วยแสงไฟโทนเหลืองครับ เป็นสถานที่ๆ ที่ผมคิดว่าน่าประทับใจมากที่หนึ่งในเซี่ยงไฮ้  เสียอย่างเดียวครับคือมีคนมากเกินไป (ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะให้มีคนน้อย เพราะมีทั้งนักท่องเที่ยว และชาวเซี่ยงไฮ้เอง) โดยส่วนตัวแล้ว ผมมีความรู้สึกว่า วิวที่นี่ สวยมากครับ แม้ว่าเป็นวิวที่เกิดจากมนุษย์สร้างขึ้นส่วนหนึ่ง (คืออาคารสูงต่างๆ) ประกอบกับแม่น้ำ Huang Pu ..... เมื่อดื่มด่ำเก็บภาพจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็ถึงเวลากลับสู่โรงแรมที่พักครับ

วันอาทิตย์รุ่งขึ้น ผมออกจากที่พักค่อนข้างสาย เพราะมีเพียงที่เดียวที่ตั้งใจจะไป นั่นก็คือหอไข่มุกครับ ...แหม มาเซี่ยงไฮ้ทั้งที ไม่ขึ้นไปด้านบนหอไข่มุกเลยก็กระไรอยู่ พอ 10 โมงบุ๊ป ก็ออกเดินทางไปหอไข่มุกเลยครับ และเช่นเคยครับ ผมเลือกการเดินทางที่ง่ายและสะดวกที่สุด แท๊กซี่ครับ :-)

ที่หอไขมุกนี่ จะมีด้วยกัน 3 ส่วนครับ ส่วนล่างสุดจะเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ ส่วนกลาง ซึ่งสูงขึ้นไปราว 263 เมตรจากพื้นดินจะเป็นจุดชมวิว และร้ายอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ ซึ่งหากมาทานบุฟเฟ๋ต์ ตอนกลางคืนก็คงจะสวยมากครับ เพราะพื้นของร้านอาหารนั้น สามารถหมุนไปรอบๆ ให้ลูกค้าได้เห็นวิวอย่างทั่วถึงครับ (เหมือนกับร้านอาหารชั้นบนสุดของอาคารใบหยก 2 ที่ประตูน้ำครับ)

ลืมบอกไปครับว่า ค่าขึ้นหอไข่มุกนั้น จะแบ่งเป็นหลายระดับนะครับ ตามความสูงและส่วนของหอที่จะสามารถเข้าไปได้ โดยอัตราสูงสุดอยู่ที่ 135 หยวนครับ เรียกว่าขึ้นสูงไปกว่า 300 เมตรเลยครับ เกือบถึงยอดสุดเลย เพราะความสูงของหอไข่มุกนี้อยู่ที่ 400 กว่าเมตรครับ (ขออภัยจริงๆ ที่จำตัวเลขที่ถูกต้องไม่ได้)

น่าเสียดายครับที่ผมไปที่หอไข่มุกในเวลากลางวัน เพราะผมดูๆ ไปแล้ว วิวของตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ก็ไม่มีอะไรมาก เพราะส่วนใหญ่เป็นตึกสูงๆ ที่บ้างก็เป็นอาคารสำนักงาน บ้างก็เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะเป็นเขตไหน คล้ายๆ กับขึ้นหอบรรหาร-แจ่มใสที่สุพรรณบุรีเหมือนกันครับ เพียงแต่ที่นั่นไม่สูงเท่า และวิวก็ไม่ได้เต็มไปด้วยตึกและอาคาร ที่ผมบอกว่าน่าเสียดาย เพราะผมคิดว่า ถ้ามากลางคืนคงสวยกว่านี้ เพราะแต่ละตึก แต่ละอาคารคงเปิดไฟกันสว่างไสว

ผมคงจบการท่องเซี่ยงไฮ้ในครั้งนี้ไว้ที่หอไข่มุกนะครับ และคิดว่า โอกาสหน้าฟ้าใหม่ คงมีโอกาสได้ไปเยือนเซี่ยงไฮ้อีก และในคราวนี้คงต้องวางแผนไปเที่ยวรอบเซี่ยงไฮ้กันบ้าง เพราะมีหลายเมืองรอบๆ เซี่ยงไฮ้ที่น่าสนใจมากๆ เช่น ซูโจว  หังโจว  โจวจวง ฯลฯ

สำหรับครั้งนี้ บอกลากันด้วยประมวลภาพส่วนหนึ่งที่ผมเก็บมาฝากครับ (ขออภัยหากภาพไม่ถูกใจใครหลายคน เพราะมือใหม่หัดถ่าย)


ตู้ไปรษณีย์ที่เซี่งไฮ้ครับ เขาใช้สีเขียว ส่วนบ้านเราสีแดง


หากอยู่ในละแวกที่อยู่อาศัย เวลาเดินที่ทางเท้าต้องระวังครับ เพราะที่เมืองเซี่ยงไฮ้นี่เขาตากเสื้อผ้า กางเกง กางเกงใน ยื่นออกมาดังในรูปนี่แหละครับ มีครบครับทั้งของหญิงของชาย เด็ก และแก่ชรา ต้องระวังๆ


เริ่มเข้าสู่บริเวณของ City God Temple แล้วครับ


ซุ้มประตูทางเข้า


ด้านใน City God Temple ครับ


อีกมุมหนึ่ง


ออกจากศาลเจ้าแล้ว ก็สามารถพบร้านต่างๆ มากมาย นี่เป็นหนึ่งที่น่าสนใจครับ เป็นละครกล่องครับ เสียตังค์นั่งดูในช่อง โดยจะมีคนที่สวมชุดดำ คอยเปลี่ยนภาพ แล้วพากย์เสียง ดูน่าสนุกครับ แต่ฟังไม่รู้เรื่อง


บริเวณทางเข้าสวน Yu Yuan


สะพาน 9 ซิกแซกครับ


ยืนยันครับว่า คนเยอะจริงๆ แต่ก็ยังไม่เบียดกันมากนัก ยังสบายๆ


ในส่วน Yu Yuan ส่วนใหญ่ เป็นสวนหินครับ


อีกมุมหนึ่ง


มังกรที่สร้างเอาไว้ภายใน สังเกตุว่ามีเพียง 4 เล็บเท่านั้น เพราะหากเป็นมังกร 5 เล็บจะใช้สำหรับโอรสสวรรค์ซึ่งก็คือฮ่องเต้ครับ


ดูสวยไปอีกแบบ กับทางเดินและศาลาริมสระน้ำ


ส่วนใหญ่เป็นหินครับ ขาดสีสันของไม้น้ำไปสักนิด


ภาพนี้จังหวะดีครับ เพราะไม่มีใครเดินเข้ามาเลย


จากสวน Yu Yuan ก็ลองนั่งรถเมล์กันสักหน่อย ไม่หนาแน่นครับ


ที่ Xin Tian Di ครับ ก็เป็นหมู่ตึกในรูปแบบของเซี่ยงไฮ้ดังเดิม ที่ผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออก


มุมนี้อยู่ด้วนในครับ คนยังไม่มากนัก


ด้านที่เป็นร้านกาแฟ ร้านอาหารก็มีคนพอสมควรครับ


The Bund ยามค่ำคืน สวยงามด้วยแสงไฟ


ริมแม่น้ำ Huang Pu ครับ ที่เห็นคือด้าน Pu Xi


ฝั่งตรงข้ามหรือ Pu Dong ครับ สวยงามด้วยสีสัน โดยเฉพาะหอไข่มุกอันลือชื่อ


หาไข่มุกตอนกลางวัน ดูไม่สวยเท่าตอนกลางคืน


วิวที่ถ่ายจากบนหอไข่มุก


อีกมุมหนึ่ง

Super Brand Mall มีธงชาติไทยอยู่ด้วย เพราะมีบริษัทไทยเป็นหุ้นส่วนกับรัฐบาลจีน

ก็คงต้องจบการนำเที่ยวในเซี่ยงไฮ้เอาไว้แค่นี้นะครับ ไว้มีโอกาสไปเที่ยวและจะมาเขียนเล่ากันอีก





ความคิดเห็นที่ 4

อันนี้เป็นสถานที่เที่ยวเพิ่มเติมครับ ลองเข้าไปอ่านดูได้

http://www.magmareport.com/content/721
http://www.magmareport.com/content/738

โดย: Chocolate Chip [ 30.01.2551 12:02 ]

ความคิดเห็นที่ 3

กำลังจะเดินทางไปอบรมที่เซี่ยงไฮ้ เป็นเวลา 5 วัน และคิดว่าจะอยู่เที่ยวต่ออีกสัก 2-3 วันครับ อยากขอคำแนะนำว่าไปเที่ยวที่ไหนดี ชอปที่ไหนสนุก และควรวางแผนเตรียมตัวอย่างไรดีบ้างครับ เป็นครั้งแรกที่จะได้ไปเที่ยวเมืองนอกด้วยตัวเอง (ไม่ใช่บรัษัททัวร์วางแผน) เลยล่ะคับ

โดย: blackyjivy@hotmail.com [ 29.01.2551 23:58 ]

ความคิดเห็นที่ 2

i been there during the same time with u .i reach shangai late afternoon of 13th oct so dint reach in time for expo.just back today.my wife work near Super Brand Mall

โดย: chaideestore@yahoo.com [ 26.10.2550 02:33 ]

ความคิดเห็นที่ 1

อิ อิ แต่ผมขึ้นหอไข่มุกตอนกลางคืนมา สวยมั๊กมาก....
ถ่ายรูปมาคล้ายกับของผมเลยแฮะ
บ้านเมืองเขาไปไกลแล้วครับ เซ็ง ของเราเอาแต่ทะเลาะกัน...

โดย: ไปมาเหมือนกัน [ 17.10.2550 17:36 ]



ส่งความคิดเห็น

  • โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น หรือ กล่าวหาให้ร้ายกัน
  • ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  • ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
ชื่อ/email ของคุณ *




ความคิดเห็น


 

Home | News | Reviews | Blog | Downloads | Webboard | Gallery | PriceCheck™ | DigiMag™
Comworld Thailand | Photoworld Thailand | The Better Pix
Compare Prices | Online Shopping | Discount Products
© 2005 - 2008, All rights reserved.This website was designed to give best viewing experienced at 1024x768
Any comment please contact webmaster@magmareport.com